Sid Meier’s Civilization: Beyond Earth

หลังจากที่ผมคิดอยู่นานพอดูในระดับหนึ่งว่าจะสอยเกมนี้มาเล่นดีไหม แต่ด้วยความที่ค่อนข้างชอบเกมซีรีย์นี้อยู่แล้วจึงตัดสินใจซื้อ Pre-Order ก่อนวันออก   1 วันเพราะอยากได้ของแถม(ฮา)  มาเข้าเรื่องกันดีกว่า  ในบทความนี้ผมจะพูดถึงภาพรวมภายในเกม ซึ่งระบบโดยพื้นฐานนั้นค่อนข้างที่จะคล้าย Sid Meier’s civilization v แต่ก็มีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่มาก  โดย Theme ของเกมจะอยู่ในยุคอวกาศที่มนุษย์ขึ้นไปตั้งรกรากบนอวกาศโดยเราจะต้องเลือกว่าจะทำอย่างไรกับอารายธรรมของเราต่อไป เราจะอยู่กับเอเลี่ยนอย่างสันติสุข หรือเราจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มันให้หมดสิ้น ชะตากรรมของมนุษย์ชาติอยู่กับตัวคุณแล้วครับ

การปรับแต่งที่หลากหลาย (Customization)
ภายในเกมนี้มีสิ่งที่เราต้องเลือกตั้งแต่เริ่มเกมจนถึงท้ายเกมมากมายซึ่งส่งผลให้รูปแบบการเล่นของเราแต่ละรอบแทบจะไม่มีทางเหมือนกันเลย โดยแบ่งออกเป็นสิ่งต่างๆดังนี้

1.เลือกสปอนเซอร์
ในการเดินทางไปยังอวกาศนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเงินทุนและการสนับสนุนโดยเหล่าผู้สนับสนุนแต่ละแห่งนั้นจะให้โบนัสที่แตกต่างกันออกไปโดย โดยผู้สนับสนุนคือสหพันธ์ที่รวมจากประเทศต่าง ๆ

choose sponsor

 

2.เลือกประเภทของชาวอาณานิคมที่จะไปกับยาน
จะได้โบนัสในแต่ละเมืองแตกต่างกันไปตามประชนชนที่อาศัยเช่นถ้าเลือกนักวิทยาศาสตร์เมืองของเราจะได้รับโบนัสด้านการวิจัย +2 ทุกเมืองเป็นต้น

colonise

 

3.เลือกประเภทยานอวกาศ
จะมีผลในการเล่นช่วงแรกพอสมควรเราจะให้โบนัสตอนเริ่มแตกต่างกันไปตามประเภทโดยในยานแต่ละลำจะมีการ สแกนแบบเห็นขอบทวีป จะทำให้เราวางแผนการเดินทางในการสำรวจได้ หรือการสแกนแบบหาพวกแร่ธาตุก่อนก็จะทำให้เราวางแผนนำมาใช้ได้ง่ายขึ้น

spacecraft

 

 

 

4.เลือกของที่จะนำไปกับยาน
จะเป็นโบนัสตอนเริ่มต้นโดยมีให้เลือกคือได้ คนงาน  ตั้งแต่ต้น ได้ทหารตั้งแต่ต้น ได้ประชนชนตั้งแต่ต้น  ได้เทคโนโลยี Pioneering  ตั้งแต่ต้น


cargo

 

 

5.เควสต่างๆ

ภายในเกมจะมีเควสให้เราทำมากมายตามสายที่เราเลือกเล่น ซึ่งเมื่อเราทำเสร็จจะมีโบนัสมาให้เลือก ซึ่งตรงนี้เองทำให้แนวทางการเล่นของแต่ละคนและแต่ละรอบแทบจะไม่ซ้ำกันเลย เนื่องจากเควสนั้นมีหลากหลายมากและโบนัสที่มีให้เลือกก็หลากหลายมากเช่นกัน

 

 

 

6.การเลือกแนวการพัฒนา (Affinities)

เมื่อเราพัฒนาเทคโนโลยีไปในระดับหนึ่ง เราจะสามารถเลือกเทคโนโลยีที่นำมาซึ่งแนวการพัฒนาทั้ง 3 แบบได้ โดยการพัฒนาเหล่านี้จะมีผลกับทรัพยากร แนวทางการเล่น การอัพเกรดยูนิต และอื่น ๆ มีทั้งหมด 3 สาย ประกอบด้วย

  • สาย Purity คือมนุษย์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงและพร้อมจะเปลี่ยนแปลงโลกใหม่ให้เหมือนโลกเก่าของตนเอง โบนัสส่วนมากจะเป็นการเลือกโบนัสพลังโจมตีหรือป้องกันไปเลยตรง ๆ
  • สาย Supremacy คือมนุษย์ที่พัฒนาเทคโนโลยีและเสริมเทคโนโลยีเข้ากับตัวเองจนกลายเป็นไซบอร์ก จะเน้นไปที่โบนัสการรวมกำลัง และได้รับโบนัสสเตตัสเมื่ออยู๋ใกล้กัน
  • สาย Harmony คือการรวมตัวเองเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ โบนัสจะเน้นไปที่การฟื้นฟูพลังชีวิตและความคล่องตัวในการเคลื่อน จำนวน

 

beyond earth

7.ใยเทคโนโลยี (Technology Web)
ในเกมภาคนี้การพัฒนาเทคโนโลยีจะเป็นใยแมงมุมซึ่งแต่ละอย่างจะเชื่อมโยงถึงกัน เราสามารถเลือกเน้นไปยังประเภทของเทคโนโลยีที่เราอยากไปถึงได้โดยไม่ต้องไล่ลำดับขั้นให้วุ่นวายแบบภาคเก่าๆ ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีที่ต้องการก่อนจะอัพได้ก็ตามแต่ รูปแบบจะไม่ค่อยตายตัวนักและสามารถอัพได้อิสระมากๆ  ทำให้รูปแบบการเล่นออกมา หลากหลายและ ปรับได้ตามที่เราชอบ

 

tech web2

tech web

 

 

 

 

 

 

8.Virtue
ถ้าเป็นภาคที่แล้วจะเป็น Policy  ค่านี้เราจะได้จากค่า Culture  โดยในภาคนี้จะแบ่งออกเป็น 4 สาย  3 Tier โดยจะมีโบนัสแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือโบนัส Tier กับโบนัส สาย โบนัส Tier จะได้เมื่ออัพ Virtue ของ Tier นั้นถึงที่กำหนด(ไม่แบ่งสาย) ส่วนโบนัสสายจะได้เมื่ออัพ Virtue ของสายนั้นๆ ได้ถึงที่กำหนด

virture

 

 

NPC ที่เปลี่ยนไปแนวทางการพัฒนา
ในเกมนี้เราจะเห็น NPC ตัวเดิมแต่เปลี่ยนลักษณะท่าทางไปเรื่อยๆ ตามสายการพัฒนา
example
leader  leader

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

leaderleader

ระบบมุมมองแบบดาวเทียม
ในเกมนี้เราสามารถส่งดาวเทียมเพื่อเพิ่มโบนัสของพื้นที่ต่างๆได้เช่น Solar Collector จะทำให้เราเก็บเกี่ยวพลังงาน(เงิน)ได้มากขึ้นหรือ ดาวเทียมที่ทำให้เราได้รับค่า วิทยาศาสตร์มากขึ้นเป็นต้น ทำให้การ manage ของเราไม่จำกัดอยู่แค่ภายในเมือง

 

สรุป

ถ้าไม่นับความรู้สึกที่บอกว่ามันเป็น Civ V ใส่สกิน Sci-Fi
ผมรู้สึกค่อนข้างประทับใจกับเกมนี้ในเรื่องของการที่เราปรับแต่งได้เยอะมากๆ แต่ก็มีสิ่งที่ขัดใจอยู่หลายอย่างเช่น interface ที่ผมมองว่าพยายามทำให้ดูเรียบง่ายขึ้นแต่ มันดูงงกว่าเดิม (แต่พอสักพักก็ชินนะ) กับการเล่นที่พอนานไป action ในแต่ละตาจะเยอะมาก อย่างการควบคุม trade route ที่หากเน้นไปทางสายค้าขายแล้วสร้าง trade route เยอะๆนี่ แทบจะต้องมานั่งกดทุกตาเลย ถ้าหากว่ามีคำสั่งให้ไปเมืองเดิมตลอดนี่จะดีมาก  และในส่วนของ Explore ที่ชอบเดินโง่ๆไปให้เอเลี่ยนแดกเล่น หากกดสำรวจอัตโนมัติ ในส่วนของเพลงยังทำได้ดีตามมาตรฐานของค่ายนนี้ สุดท้ายในส่วนของ NPC ที่ผมรู้สึกว่ายังฉลาดน้อยไปสักหน่อย (หรือผมยังไม่ได้เล่นระดับยากมากหว่า) โดยรวมแล้วเกมนี้ผมถือว่าเป็นเกมที่สนุกมากครับ

Final score: 8/10

 

เขียนโดย rexexin&Fortex

 

Facebook Comments