Durango Wild Lands แนวทางการเล่น Solo และการอัพสกิล

19170

แม้ว่าเกม Durango Wild Land จะออกแบบมาให้เน้นการทำงานเป็นทีมหรือทำให้การเล่นร่วมกับผู้อื่นสามารถเล่นได้ง่ายกว่าการเล่นแบบคนเดียวหรือโซโล่ แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็ไม่ได้ใจร้ายสำหรับผู้เล่นที่อยากเล่นคนเดียวหรือใช้ชีวิตแบบชิวๆ เนื่องจากระบบหลายอย่างที่ถูกเพิ่มเข้ามาได้ทำให้การเล่นแบบ Solo หรือเล่นเพียงตัวละครเดียวทำได้ง่ายขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามถ้าหากว่าเรามีเพื่อนช่วยหรือเล่นตัวละครเอาไว้เพิ่มอีกสักตัวนึงก็จะง่ายกว่าครับ

เล่น Durango แบบ Solo

ก่อนอื่นต้องบอกเอาไว้ก่อนครับว่าคำว่า Solo ของผมคือสามารถเล่นแล้วเอาตัวรอดได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ทีนี้แน่นอนว่า การเล่นตัวคนเดียวย่อมต้องมีข้อจำกัดค่อนข้างมากและไม่สามารถเรียนสกิลได้สุดทุกสาย ซึ่งผู้เขียนแนะนำว่าหลังจากที่เลเวล 60 เพื่อนๆ สามารถที่จะรีสกิลไปสายที่ชอบเป็นพิเศษหรือจะเล่นแบบเดิมต่อก็ได้ หรือถ้าจะให้ดีอาจจะเล่นเพิ่มอีกสักตัวเพื่อเติมส่วนที่ขาดครับ เอาเป็นว่าไกด์นี้ผมจะแนะนำแนวทางการเล่น Solo ให้รอดไปจนถึงเลเวล 60 แบบง่ายๆ นะครับ

แนวทางการเล่นสำหรับผู้เล่น Solo

1.อัพสกิลเท่าที่ใช้ : เนื่องจากสาย Solo นั้นจะมีสกิลที่จำเป็นอยู่สายละนิดสายละหน่อย ซึ่งถ้าหากว่าเราอัพหมดแน่นอนว่าการจะอยู่รอดให้ถึงเลเวล 60 เป็นไปได้ยากอย่างแน่นอน ดังนั้นแนะนำว่าให้อัพสกิลเท่าที่ใช้พอครับ โดยให้เน้นที่สกิลที่ต้องใช้ในการหาของเควสมาส่งเป็นหลัก แต่ถ้าอันไหนยากเกินไปก็ข้ามไปก็ได้ครับ ไม่ต้องฝืนทำทุกเควส สำหรับรายชื่อสกิลที่ควรอัพทางผู้เขียนได้เพิ่มเอาไว้แล้วที่ด้านล่างบทความครับ

2.ทำเควสบ่อยๆ : ต่อจากหัวข้อแรก วิธีการเก็บเลเวลของเราที่ค่อนข้างไวคือการทำเควสครับ โดยเควสเกมนี้จะรีทุก 30 นาทีหลังจากทำเควสเก่าจบ ดังนันอย่าลืมวนมาทำเควสบ่อยๆ แถมหากเราทำเควสบ่อยๆ จะได้ค่าความเชื่อใจจากองค์กรต่างๆ และขอของฟรีมาใช้ได้ด้วย

3.อย่าลืมทำภารกิจสร้างอาณาเขต : ภารกิจนี้จะอยู่ในส่วนของงานและหมวดสร้างอาณาเขต ความสำคัญของมันคือเราจะได้รับพวกสิ่งของและแบบแปลนเล็กๆ น้อยๆ ในการสร้างมาโดยที่ไม่ต้องเรียนสกิล ง่ายๆ คือเอาไปวางได้เลยแล้วหาของมาใส่ ทำให้ไม่ต้องอัพสกิลที่ไม่จำเป็นบางสกิล แถมยังได้ค่า SP ฟรีจากการทำเควสสำเร็จอีกด้วย

4.อย่าลืมอัพสกิลสายต่อสู้และสายป้องกัน : ในการเล่นคนเดียวสิ่งที่เราต้องเจอแบบแน่นอนเลยคือการสู้กับไดโนเสาร์เพื่อทำเควสครับ ความยากมันอยู่ตรงนี้แหละครับ นั่นคือถ้าอัพน้อยเกินไปก็เปลืองแต้ม อัพน้อยเกินไปก็สู้ไม่ได้ ดังนั้นเราควรบริหารและอัพให้เหมาะสมกับแนวการเล่นของเรา ถ้าชอบการต่อสู้มากๆ อาจจะเน้นไปที่การต่อสู้แล้วลดแต้มสายอื่นๆ แต่หากเรามีความสุขกับการเก็บของและสร้างของ อาจจะเน้นไปลงที่การสร้างของมากขึ้นแล้วเลือกสู้เฉพาะไดโนเสาร์ตัวเล็กๆ หลีกเลี่งยไดโนเสาร์ใหญ่ๆ ถ้าเจอเควสไหนที่สู้ไม่ได้ก็ข้ามไปรัวๆ อย่าไปคิดมาก

5.รีสกิลที่ไม่ค่อยได้ใช้ออก : แน่นอนว่าเราจะต้องเรียนสกิลบางอย่างเพื่อใช้ในการทำเควส หรือเป็นทางผ่านในการเล่น แต่ทีนี้หากเล่นไปสักพักแล้วคิดว่าไม่ได้ใช้แน่ๆ ผมแนะนำว่าให้ทำการรีเอาสกิลนั้นทิ้งไปครับ เพราะไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาในช่วงท้ายๆ เกมเอาได้ ซึ่งตามปกติเราจะรีสกิลได้วันละ  5 ครั้ง สำหรับวิธีการรีสกิลสามารถดูได้ที่บทความDurango: Wild Lands วิธีการรีสกิล

6.เลือกอัพสกิลให้เหมาะกับการเล่น : ความยากของการเล่นคนเดียวคือเราต้องอัพสกิลแทบทุกสายดังนั้นเราควรพิจารณาตัวเองว่าเราอยากจะเน้นไปทางไหน เช่นถ้าเน้นล่าก็อาจจะเน้นไปที่สกิลสาย ต่อสู้/ป้องกัน/แล่เนื้อ, แต่ถ้าชอบสายคราฟสิ่งต่างๆ ก็ให้ลองเน้นไปที่ เก็บเกี่ยว/แปรรูป/ก่อสร้าง หรือ เก็บเกี่ยว/แปรรูป/ทำอาวุธไม่ก็ชุด เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าสายที่ต้องอัพแบบแน่ๆ คือทำอาหาร ซึ่งเราจะชี้แจงสกิลที่จำเป็นให้ที่หัวข้อใหญ่ถัดไปครับ

7.หาของมาขายบ่อยๆ : ในเกมนี้แม้ว่าเราจะเลเวลไม่สูงแต่ก็จะมีของที่สามารถขายได้เรื่อยๆ อย่างแน่นอน เพราะเกมนี้จะมีการจำกัดเลเวลของไอเทมบางอย่างอยู่ ส่งผลให้ไม่ว่าจะเลเวลมากขนาดไหนก็ไม่สามารถทำเลเวลมากกว่าที่กำหนดได้ ส่งผลให้ผู้เล่นที่เล่นใหม่ยังสามารถทำของระดับต่ำมาขายได้เรื่อยๆ โดยให้เราโฟกัสที่ของใช้แล้วหมดไป หรือของที่ต้องใช้ส่งเควสเรื่อยๆ อาทิเช่น วัตถุดิบทำพื้น, วัตถุดิบทำกำแพง, เกี๊ยวเนื้อสัตว์, เลื่อย ฯลฯ  หรือของทั่วไปที่เราหามาแล้วไม่ได้ใช้อาจจะขายไปราคาที่ไม่แพงมากก็ได้ครับ ตรงนี้แนะนำให้ดูราคาของในตลาดบ่อยๆ ว่าเค้าตั้งราคาอะไรยังไงกันบ้าง มีเทคนิคในการเช็คและหาของดังคลิปนี้

8.อย่าลืมรับของสนับสนุน : เราสามารถรับของฟรีได้เรื่อยๆ จากองค์กรณ์ต่างๆ ภายในเกม ซึ่งยิ่งเรามีค่าคามสนิธจากการทำภารกิจให้กับองค์กรณ์ไหนบ่อยเราก็จะยิ่งสามารถขอของระดับสูงได้มากขึ้นเท่านั้น

9.ซื้อ ซื้อ และซื้อ : แม้ว่าการเล่นแบบ Solo ควรจะทำเองให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าหากว่าของที่เราต้องหามันเปลืองแต้มสกิลมากเกินไปก็ไม่ค่อยคุ้มที่จะหาเท่าไหร่ครับ แนะนำว่าให้ซื้อเอาในตลาดดีกว่า เพราะมันจะประหยัดแต้มเราไปได้เยอะมากเลยครับ

สกิลที่ควรจะต้องมีในแต่ละสาย

ในส่วนของแนวทางการอัพสกิลของเกม Durango Wild Lands ในหัวข้อนี้จะเป็นเพียงแค่แนวทางเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ โดยในช่วงเลเวล 60 เราจะมีแต้มอยู่ประมาณ 826 แต้มไม่นับรวมแต้มที่ได้จากในส่วนของรางวัลจากหมวดงาน โดยผมจะขอพูดถึงสกิลที่ควรจะต้องมีในแต่ละสายดังนี้

การอยู่รอด

ส่วนตัวแนะนำว่าอัพแค่ให้คุมสัตว์ได้มากขึ้นเพื่อเก็บของและอัพสกิลอื่นๆ เอาไว้นิดหน่อย ดังนี้ครับ

  • คุมสัตว์ I – IV  (20 SP)
  • สำรวจ I – II ( 7 SP)
  • หลบซ่อน I-IIII (13 SP) (ควรอัพเพิ่มถ้าไม่ค่อยได้อัพสกิลต่อสู้ แต่ถ้าเล่นสายบู๊จ๋าๆ เลยอาจไม่ต้องอัพเยอะมาก)
  • เพิ่มกล้ามเนื้อ I – IV (20 SP)

าเหตุที่ผมไม่อัพจับสัตว์เลยเนื่องจากเราสามารถซื้อเอาได้ครับ แต่ถ้าใครอยากเล่นไปทางการจับสัตว์ด้วยก็อัพเพิ่มไปได้

สายรวบรวม

สายนี้แทบจะเป็นสายที่บังคับอัพเลย ไม่ว่าคุณจะเล่นแบบไหนก็ตาม ซึ่งถ้าหากเราเล่นผสมสายทำของด้วยอาจจะต้องอัพสายนี้เยอะหน่อยหรือมากกว่าที่ผู้เขียนแนะนำ  โดยบางสกิลนั้นอาจจะต้องอัพเพิ่มเติมเพื่อทำเควสด้วย 

  • เก็บเกี่ยวพืชพันธ์ I – IV
  • โคลน II (2)
  • ยางไม้ I (4 SP)
  • ผลไม้ II ( 3 SP)
  • ใย I – II  (7 SP)
  • ขุดโลหะ I – III (13 SP)

สกิลนอกเหนือจากนั้นแนะนำว่าให้อัพตามเควสครับ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องก็ได้ ส่วนสกิลสายทำเหมืองหรือพวกเก็บแร่เอาจริงๆ ส่วนตัวผมคิดว่าค่อนข้างจะเปลืองแต้ม แต่ถ้าหากว่าเล่นสายทำของก็ควรอัพไว้บ้าง แต่ถ้าเล่นสายต่อสู้ก็อาจจะไม่ต้องอัพไว้เยอะเท่าไหร่  ส่วนของอื่นๆ ก็ลองเลือกตามสายที่เราเล่นเช่นหากเล่นทำชุดก็อัพพวกสารส้มเพิ่ม อะไรแบบนี้เป็นต้น

สายแล่เนื้อ

อันนี้หากเราเล่นสายต่อสู้ควรจะต้องอัพเยอะหน่อย แต่ถ้าหากไม่ได้เล่นสายสู้จ๋าๆ เลยการอัพเยอะๆ อาจไม่คุ้มเท่าไหร่ แต่ก็ควรจะมีเอาไว้บ้างอยู่ดี โดยสกิลที่ผมแนะนำมีดังนี้

  • หนัง 1( 2 SP)
  • หนังติดขน 1 (4 SP)
  • กระดูก 2 – 3 ( 5 SP)
  • เขี้ยว 1 (3 SP)
  • ชำแหละ I-II (7 SP)

ทั้งหมดที่กล่าวมาคืออัพเบื้องต้นจากของที่ต้องใช้บ่อยๆ ถ้าเล่นสายล่าหรือต่อสู้เป็นหลักจะต้องอัพมากกว่านี้ 

ก่อสร้าง

สายนี้จะอัพแค่ของก่อสร้างที่จำเป็นเท่านั้น เพราะบางอย่างเราสามารถไปใช้งานที่เกาะไม่สเถียรได้ตรงศูนย์การสื่อสาร เพียงแต่อาจต้องระวังของหายนิดนึง

  • กล่องเล็ก (3 SP)
  • กล่องใหญ่ (4 SP)
  • เสาหิน (2 sp)
  • วัสดุหลังคา I-II (7 SP)
  • วัสดุกำแพง I-II (7 SP)
  • วัสถุดิบพื้น I-II (7 SP)
  • โต๊ะงานช่างพื้นฐาน (2 SP)
  • โต๊ะงานช่าง (4 SP)
  • เตาหลอม (3 SP)
  • ครัวเรือน (4 SP)
  • ราวตากขนาดเล็ก (3 SP)
  • เต็นท์ (2 SP)
  • คอกสัตว์ชั่วคราว (2 SP)
  • คอกขนาดเล็ก (5 SP)

สาเหตุที่ให้อัพวัสดุหลังคา/กำแพง/พื้น เนื่องจากมีเควสที่ต้องส่งบ่อย หากว่างๆ สามารถทำขายได้ด้วย ส่วนคอกฝึกสัตว์ที่ไม่ได้แนะนำให้สร้างเพราะเราสามารถซื้อแบบที่ฝึกแล้วมาได้ (แต่จะฝึกเองก็อัพเพิ่มไปได้)

การต่อสู้ประชิด/การยิงธนู

อันนี้เป็นสายที่แนะนำค่อนข้างยากเพราะอาวุธแบ่งออกเป็นสายต่างๆ ค่อนข้างมากทั้งมือเดียว/สองมือ ซึ่งถ้าให้ผมแนะนำแบบเฉพาะเจาะจงคงไม่ได้ดังนั้นขอพูดถึงหลักการอัพจะดีกว่า

สายประชิด 

สำหรับคนที่เล่น ดาบ/ค้อน/ขวาน  ให้อัพสกิลสาย แอ็คชั่นสองมือ ส่วนอาวุธมือเดียวให้อัพแอ็คชั่นมือเดียว โดยให้อัพสกิลในหมวดที่ตัวเองเลือกอย่างน้อยถึงระดับ 25 โดยจะใช้แต้มประมาณ 22 แต้ม เพื่อเอาไว้ทำเควสตีสัตว์เล็กๆ  แต่ถ้าหากจะเล่นสายล่าให้อัพขึ้นไปอีกอย่างน้อยถึงเลเวล 35  ส่วนหอกจะแยกมาอีกหมวดแต่หลักการคล้ายกัน

ส่วนในหมวดพัฒนาการโจมตีประชิดอาจไม่ต้องอัพเยอะมาก แต่ถ้าสู้บ่อยก็ควรอัพไว้ทุกสกิลให้ถึง 25 เป็นอย่างน้อย และสุดท้ายในส่วนของท่าต่อสู้ ถ้าไม่ได้เน้นเล่นต่อสู้แบบจริงจังอัพท่าโจมตี I-IV ก็พอ แต่ถ้าสู้บ่อยอาจอัพมากกว่านี้ตามสมควร แต่ละท่าต่อสู้จะให้ผลที่ไม่เหมือนกันเปลี่ยนไปมาตอนสู้จริงได้

สายยิงธนู

กรณีเล่นคนเดียวส่วนของท่าต่อสู้ระยะไกลแนะนำเป็นท่ายิง I-III เป็นอย่างน้อยเพราะสมดุลสุด ส่วนพัฒนาสกิลการโจมตีระยะไกลอัพถึง 25ทุกสกิลเป็นอย่างน้อย ถ้าอยากเน้นสู้เพิ่มก็อัพยาวไปอีก สุดท้ายความชำนาณอาวุธระยะไกล III ให้เลือกอัพตามอาวุธที่เล่น เช่น ถ้าเล่นธนูให้เลือกความเชี่ยวชาญธนู ส่วนหน้าไม้เลือกความเชี่ยวชาญหน้าไม้ แนะนำว่าอัพให้ถึง Lv 30 หากไม่ได้เน้นสู้มากแต่ถ้าสู้บ่อยก็อัพยาวไปอีก

ในกรณีที่เล่น Solo แล้วไม่ได้เน้นไปที่การต่อสู้ควรบริหารให้แต้มในสายนี้อยู่ที่ประมาณ 70 – 100 แต่ถ้าล่าบ่อยอาจจะต้องยอมลงกับสายนี้เยอะหน่อยคือสัก 150 แต้ม+ ครับ ส่วนกรณีที่คิดว่าจะไม่สู้เลยก็อาจลดลงไปอีกได้ แต่การหลีกเลี่ยงการต่อสู้เกมนี้เลยค่อนข้างยากมากครับ เพราะเควสส่วนมากจะมีให้เราสู้กับตัวเล็กตัวน้อยเป็นประจำ

ป้องกัน

อีกหนึ่งสายที่ไม่ค่อยตายตัวเท่าไหร่ว่าจะอัพยังไง หากเราเน้นสู้บ่อยๆ อาจจะต้องลงเยอะแต่หากแทบจะไม่ได้สู้เลยอัพไว้ติดตัวนิดเดียวก็พอแล้ว

  • หลบหลีกอัตโนมัติ I-IV (10 sp) * กรณีเน้นการหลบเหมาะกับพวกอาวุธมือเดียว
  • ป้องกัน I-IV (10 sp) *กรณีเล่นอาวุธสองมือหรือเน้นสแตนป้องกัน
  • สุขภาพ I-IV (10 sp)
  • อัพม้วนตัวหรือปัดป้องตามแนวที่เล่นจนถึงเลเวล 30

สิ่งที่ควรทราบคือท่าบางท่าจะไม่ปรากฎหากเราใช้สแตนไม่ถูกต้อง ดังนั้นควรเลือกสกิลและท่วงท่าให้เหมาะกับอาวุธและรูปแบบการเล่นที่ใช้ ซึ่งผมจะอธิบายในเรื่องการต่อสู้และการป้องกันแบบละเอียดอีกครั้งครับ

ทำอาหาร

สกิลในหมวดนี้หากเล่นคนเดียวเราจะเน้นไปที่อาหารเพิ่มพลังงานทำง่ายๆ ได้พลังงานเยอะ ส่วนหากอยากได้อาหารบฟก็ไปซื้อเอา

  • สับเนื้อ (2 sp)
  • สกัดเครื่องเทศ (2 sp)
  • บดธัญพืช (3 sp)
  • คั้นน้ำผลไม้ (3 sp)
  • ชาคั่ว (3 sp)
  • แล่ปลาดิบ (3 sp)
  • อาหารสัตว์ 1 – 2 (2 sp)
  • การย่าง II – III (4 sp)
  • ผลิตยาสำหรับสัตว์ (1 sp)

หากอยากทำอาหารที่ได้ผลลัพธ์ดีขึ้นจะอัพเพิ่มก็ได้ครับ แต่โดยพื้นฐานแล้วผมแนะนำให้หยุดที่แล่ปลาดิบเพื่อนำสกิลไปลงสายอื่นก่อน โดยปลาดิบเป็นอาหารที่ให้พลังงานเยอะมากแม้จะไม่มีบัฟก็ตาม แถมทำง่ายโดยเราสามารถใช้เนื้ออะไรก็ได้มาทำ ข้อดีสุดๆ เลยคือมันไม่ล้างผลบัฟของอาหารอื่นด้วยครับ และถ้าเรามีเวลาพอทำปลาดิบแล้วเอาไปทำอย่างอื่นต่ออีกก็ได้เพื่อให้พลังงานเยอะขึ้น

แปรรูป

ทักษะอีกสายนึงที่ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้ต้องอัพไว้ไม่มากก็น้อย โดยสกิลในสายนี้ที่ควรอัพเบื้องต้นมีดังนี้ครับ

  • ถ่าน (1 sp)
  • ลือกเปลือกไม้ (2 sp)
  • หนังตากแห้ง (2 sp)
  • ตัดแต่งวัสดุ (3sp)
  • หัตถกรรม I-II (10)

สกิลสายนี้จะไม่ค่อยตายตัวเท่าไหร่อยู่กับว่าเราเล่นคู่กับอะไร เช่นถ้าหากเล่นคู่กับสายทำอาวุธหรือทำชุดอาจจะต้องอัพสกิลในสายนี้เยอะเป็นพิเศษ แต่หากเน้นไปที่การล่าสัตว์หรือเก็บของก็อาจไม่ต้องอัพเยอะมาก  หรือลดแต้มไปลงอย่างอื่นได้

อาวุธ/เครื่องมือ

สายนี้้มีอุปกรณ์และอาวุธค่อนข้างเยอะแน่นอนว่าเลือกอัพหมดตายแน่ๆ ครับ ดังนั้นแนะนำว่าควรจะเลือกอาวุธสักอย่าง หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็หนีไปอัพสายอื่นแล้วซื้อออาวุธเอาแทน แต่ถึงอย่างนั้นหากเล่นคนเดียวก็ควรเรียนพวกสกิลการทำเครื่องมือไว้บ้าง โดยมีสกิลที่แนะนำดังนี้

  • พลั่วหรือจอบใช้งานชั่วคราว (1 sp)
  • เลื่อยหิน ( 2 sp )
  • ครอกหิน (3 sp)
  • จานหิน (3 sp)
  • ขวานงานกระดูก (5 sp)
  • ค้อนงานกระดูก (5 sp)
  • มีดงานกระดูก (5 sp)
  • ด้ามจับ (3 sp)
  • สร้างอาวุธ I-II (6 SP)

อันนี้ผมแค่ยกตัวอย่างสกิลที่ใช้บ่อยเท่านั้น ถ้าหากว่าจะทำอาวุธสายไหนก็เพิ่มแต้มในการทำอาวุธสายนั้นเข้าไปครับ ซึ่งตอนเล่นจริงอาจมีสกิลที่ต้องอัพเยอะกว่าที่ผมแนะนำขึ้นอยู่กับว่าเราเล่นอะไร

ตัดเย็บ

สายนี้เป็นสายที่เล่นยากที่สุดในเกมตามความคิดของผมครับ เพราะของแต่ละอย่างมีผลที่ไม่เหมือนกันเลย และการทำของก็ใช้วัตถุดิบที่ค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งถ้าหากเราเอาแต้มมาลงกับสายนี้ด้วยจะค่อนข้างเปลืองทีเดียว ซึ่งถ้าถามตัวผู้เขียนคิดว่าสกิลเบื้องต้นที่ควรอัพจะมีดังนี้ครับ ซึ่งอาจจะไม่ต้องอัพตามแต่เปลี่ยนไปใช้วิธีซื้อเอาในร้านเลยก็ได้ เพราะของระดับต่ำส่วนมากจะขายกันถูกมาก

  • รองเท้าแตะ (3 sp)
  • รองเท้าหนัง (7 sp)
  • ถุงมือแบบไร้นิ้วมือ (3 sp)
  • กระเป๋าใบไม้(1 sp)
  • กระเเป๋าผ้า (3sp)
  • กระเป๋าเล็ก (3 sp)
  • ชุดต่อสู้ป้องกันความหนาว ( 4 sp)
  • เสื้อผ้าแห่งการล่า (4 sp)
  • เส้นด้าน (3 sp)
  • ถักทอผ้า (3 sp)

อันนี้เป็นสกิลที่แนะนำในเบื้องต้น ซึ่งถ้าระดับสูงกว่านี้แล้วเราไม่ได้กะจะมาเน้นเล่นทางนี้แนะนำว่าอย่าอัพเพิ่มครับ เก็บเงินซื้อดีกว่า เพราะมันค่อนข้างจะกินแต้มเยอะ หรือหากคิดจะซื้อหมดแต่แรกก็แทบจะไม่ต้องยุ่งกับสายนี้เลยก็ได้

เพาะปลูก

ส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องอัพครับหากจะเล่นสาย solo เพราะถ้าเอาแต้มมาลงสายนี้ด้วยจะค่อนข้างสิ้นเปลืองเกินไป แต่ถ้าอยากเล่นเอาไว้นิดหน่อยก็ไม่เป็นไรครับ โดยสายนี้จะค่อนข้างเหมาะกับสกิลทางสายทำอาหารกับทำชุดเป็นพิเศษเพราะนำไปใช้ได้เลย


ในส่วนของแต้มที่เหลือเพื่อนๆ จะนำไปใช้อัพสายไหนเป็นพิเศษก็เลือกได้เลยครับเพราะทั้งหมดนี้ก็เป็นแนวทางในการเล่นเบื้องต้นของสาย Solo ซึ่งก็ต้องทำใจกันนิดนึงว่ามันอาจจะไม่สุดเท่าไหร่เพราะเราไม่สามารถอัพสกิลในสายนั้นๆ ทั้งหมดได้ แต่ข้อดีก็คือทำให้เราได้สัมผัสประสบการ์ณในการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่ หลังจากตันตัวนึงแล้วการจะไปเล่นตัวต่อไปก็ไม่ยากแล้วครับ หรือจะรีไปสายอื่นๆ ในตอนหลังก็ยังได้ ส่วนใครที่หาข้อมูลหรือไกด์อื่นๆ สามารถกดดูได้ที่ด้านล่างเลยจ้า

 

Facebook Comments