[ Honkai Impact 3 ] บทที่ 10 [ ใต้ห้วงลึก ] ช่วงที่ 2

156

ด่านเนื้อเรื่องในสองช่วงที่เหลือก็ได้เปิดให้เราได้เล่นกันแล้วพร้อมให้กัปตันได้ติดตามเนื้อเรื่องกันอย่างต่อเนื่องมุ่งสู่ห้วงลึกที่ลึกลงไปเรื่อยๆ และได้เจอความแข็งแกร่งที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดของอาจารย์ใหญ่ Theresa ของเราอีกด้วย แต่ละด่านที่เราจะต้องเจอเป็นยังไงมาดูกันเถอะ!

ด่านระดับปกติ  [ N ]

ทั้งสองช่วงที่เหลือจะมีให้เล่นด้วยกัน 4 ด่านรวมทั้งหมดในด่านเนื้อเรื่องระดับปกติ  [ N ] 8 ด่านด้วยกัน

Act. 2 : 10-7

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Yamabuki Armor ]

เริ่มมาเราจะต้องตามหาแฝดทั้งสองโดยจะมีจุดให้สำรวจตรงหน้า 3 จุดด้วยกันให้เราสำรวจทางซ้ายลงไปเรื่อยๆ จะพบกับศัตรูเป็นหุ่นไททันทั้งหมด  หลังจากกำจัดหมดแล้วจะปรากฏแฝดออกมาเข้าไปคุยจะจบด่านทันที

Act. 2 : 10-8

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Yamabuki Armor ]

ศัตรูที่เจอในด่านจะเป็นปีศาจฮงไกทั้งหมดมีหลายชุดด้วยกันกำจัดให้หมดแล้วทางจะเปิดออกให้ไปตามทางจะเจอกับแฝดทั้งสองกับหลุมฝังศพอยู่หลายจุด เมื่อกดสำรวจที่หลุมศพแล้วให้ไปสำรวจให้ครบอีก 3 แห่งจากนั้นกลับไปคุยกับฝาแฝดต่อเป็นอันจบด่าน

Act. 2 : 10-9

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Yamabuki Armor ]

เป็น 1 ในด่านทั้งหมดของเกมที่จำเป็นจะต้องอ่านข้อความเพื่อที่จะผ่านด่านกันเลยทีเดียว ในด่านนี้ด็อกเตอร์ Einstein จะให้ Bronya ทดลองชุดใหม่โดยมีเงื่อนไขการผ่านคือ 1. ให้เดินไปยังจุดที่กำหนด 2. ยกโล่เพื่อป้องกันความเสียหายจากศัตรูแล้วสะท้อนกลับด้วยสกิลหลบ (กดปุ่มหลบเพื่อยกโล่ > ศัตรูโจมตีใส่โล่ให้กดปล่อยปุ่มทันที) 3. ฆ่าศัตรูทั้งหมด (อย่าลืมกดใช้ท่าไม้ตาย) หลังจากครบสมบูรณ์ 100% จะมายังอีกฉากให้เดินไปข้างหน้าให้สุดทางจะพบคัดซีนแล้วจบด่าน

Act. 2 : 10-10

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Yamabuki Armor ]

ในด่านนี้เราจะได้บังคับเป็นหุ่นตัวเล็กเพื่อผ่านเข้าไปยังจุดต่างๆ ให้ถึงด่านในสุดโดยห้ามโดนตรวจพบเจอเด็ดขาดเพราะระหว่างทางจะมีกับดักตั้งอยู่ตามทางต้องหาวิธีเลี่ยงเข้าไป (สังเกตกับดักแต่ละจุดจะมีรัศมีสีส้มจางปรากฏอยู่) เมื่อเข้าไปจนสุดทางจะพบกับ Cocolia เดินเข้าไปจนเครื่องหยุดจะเข้าสู่คัตซีนเพื่อจบด่าน

Act. 3 : 10-11

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Yamabuki Armor และ Valkyrie Pledge ]

ศัตรูที่เจอในด่านจะเป็นพวกปีศาจฮงไกและหุ่นยนต์ด่านนี้ไม่มีอะไรยากมากนักแค่กำจัดให้หมดก็จะผ่านด่านทันที

Act. 3 : 10-12

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Yamabuki Armor และ Valkyrie Pledge ]

เริ่มมาปีศาจฮงไกจะบุกรุกเข้ามาเป้าหมายคือการทำลายเครื่องควบคุมแรงดันน้ำให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งเพื่อหยุดการบุกของปีศาจฮงไก เมื่อตีไปได้สักระยะจะมีเกราะออกมาป้องกันเครื่องไม่ให้สามารถทำลายได้จำเป็นที่จะต้องกำจัดศัตรูทั้งหมดออกการเกราะจึงจะหายไปทำให้กลับมาตีได้อีกครั้งและต้องไปทำให้เครื่องแรงดันน้ำใช้ได้อีก 1 จุด แล้วลงไปต่อจะเป็นทางยาวแล้วจะพบกับบอสปูเป็นศัตรูตัวสุดท้ายเมื่อกำจัดได้จะเข้าเนื้อเรื่องแล้วจบด่าน

Act. 3 : 10-13

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Violet Executer ]

ศัตรูทีเจอในด่านจะเป็นปีศาจฮงไกมีด้วยกันทั้งหมด 100 ตัว เมื่อตีไปได้สักระยะจะเข้าสู่โหมด Blood Knight : Moonlight ซึ่งมาพลังในการต่อสู่ที่มากกว่าร่างปกติหลายเท่าเลยทีเดียวหลังจากกำจัดครบแล้วจะเข้าสู่คัตซีนแล้วจบด่าน

Act. 3 : 10-14

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Violet Executer และ Yamabuki Armor ]

ด่านสุดท้ายของเนื้อเรื่องบทที่ 10 เราจะต้องเจอกับบอสปีศาจฮงไก Tlaloc ที่มีขนาดใหญ่มหึมาอยู่ที่กลางฉากแม้ว่าตัวบอสจะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้แต่ก็มีสกิลการโจมตีที่กว้างรอบทิศทางพร้อมมือขนาดใหญ่ที่คอยจะโจมตีใส่เราอยูตลอดเวลา (หากใครเคยลงทีมเรด 12 คนมาแล้วน่าจะสามารถฆ่าได้ไม่ยาก) พยายามตีที่มือข้างใดข้างหนึ่งจะดีที่สุดเพราะหากเราไปตีที่ตัวของมันอาจจะโดนพิษเล่นงานเอาไว้ ให้สังเกตที่วงสีชมพูตรงตัวบอสเมื่อติดพิษให้เราวิ่งไปที่แท่นหินสีเหลืองจะสามารถล้างพิษออกได้

ด่านระดับยากและซูพรีม [ H / S ]

จะมีให้เล่นช่วงละ 2 ด่านรวมทั้งหมด 4 ด่านด้วยกัน

10-3

ศัตรูที่เจอในด่านจะเป็นพวกปีศาจฮงไกทั้งหมดและบอสเป็นปีศาจฮงไกปู 1 ตัว กำจัดได้ไม่ยากเท่าไหร่นักแต่ในระดับซูพรีมจะมีความถึกเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัวเลยทีเดียวแนะนำให้หนิบวาลคิเรียสายชีวภาพที่มีดาเมจเยอะพอสมควรไปน่าจะเก็บได้ไม่ยาก

10-4

ไม่ว่าใครที่กดเข้าด่านนี้มีต้องถลึงตาใส่อย่างแน่นอนกับ 1 ในบอสที่ไม่อยากเจอกันมากที่สุดในเกมกับบอสหุ่น Aesir Heimdall นั้นเองถือว่าเป็นด่านวัดฝีมือและของใส่ของเหล่าวาลคิเรียกันเลยทีเดียว แต่ใช้วิธีการตีไปแล้วรอให้การดูดซับลดลงจนเหลือ 0 แล้วตีต่อก็ได้ แต่เมื่อเหลือสองหลอดสุดท้ายจะบังคับเป็นตัวสีแดงเน้นวิ่งวนหนีไปมารอให้ตัวหายแดงก่อนน่าจะดีที่สุด ตัวละครที่แนะนำสำหรับในด่านนี้คือ Phoenix มีท่าพุ่งหมุนตัวที่สามารถทำให้บอสเกราะแตกได้ Valkyrie Chariot ไว้ใช้สลับตัวตอนที่บอสกำลังตั้งโล่เกราะจะทำให้แตกได้ในทันที (ต้องอยู่ใกล้ๆ จึงจะแตก) Umbral Rose เป็นตัวดาเมจตีบอส Sixth Serenade ตัวดาเมจตีบอส Blood Rose สายดาเมจเข้าชนบอสและการโจมตีเมื่อเปิดท่าไม้ตายจะทำให้เกราะบอสแตกได้ Vermilion Knight สายดาเมจ เป็นต้น

10-5

ศัตรูที่เจอในด่านทั้งหมดเป็นพวกปีศาจฮงไกและมีบอสเป็นปีศาจฮงไกปูเหมือนเดิมแบบเดียวกันกับในด่าน 10 – 3 ฆ่าให้หมดก้จะผ่านด่าน

10-6

เราจะเจอบอสปีศาจฮงไก Tlaloc เหมือนกับในด่านเนื้อเรื่องสุดท้ายวิธีการสู้เป็นแบบเดิมทุกอย่างแต่เพียงแค่ในครั้งนี้เราสามารถเลือกวาลคิเรียของเราไปได้เองด้วยในทั้งระดับยากและซูพรีมการโจมตีทุกอย่างแรงขึ้นเท่าตัวแนะนำให้หยิบ Yamabuki Armor ไปด้วยเพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับเพื่อนทั้งทีมทำให้โดนดาเมจได้ยากขึ้นแต่การโจมตีของบอสแต่ละครั้งอาจทำให้เกราะแตกได้ง่ายๆ เหมือนกันคอยหลบให้ดีโดนโจมตีให้ได้น้อยที่สุด!


จบบทความนี้กันไปเรียบร้อยแล้วหวังว่าไกด์ชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆนะ! ถ้าชอบก็มาติดตามกลุ่มของเราได้ที่ Honkai Impact 3 TH [-กลุ่มคนไทย-]

Facebook Comments