[ Honkai Impact 3 ] บทที่ 9 การเดินทางสู่วันพรุ่งนี้ [ Act สุดท้ายพร้อมระดับยาก ]

202

ในวันที่ 1 มกราคม 2562 ได้ต้อนรับเข้าสู่ปีใหม่เป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับการปลดล็อคด่านเนื้อเรื่องสุดท้ายของบทที่ 9 ที่ทุกคนรอคอยซึ่งมีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้น อารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก นี้อาจจะเป็นศึกสุดท้ายและบทเรียนครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นกันในเนื้อเรื่องส่วนที่เหลือทั้งหมดว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป…

บทที่ 9 การเดินทางสู่วันพรุ่งนี้

ในบทความนี้จะพูดถึงด่านต่างๆ ใน  Act. 5 และในระดับยากถึงวิธีผ่านด่านในแต่ละด่าน โดยจะไม่มีการสปอยเนื้อเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น

Act. 5 [ 9-19 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Yamabuki Armor ]

เราจะใช้ Bronya แค่คนเดียวเท่านั้นในก่านผ่านนี้แต่เธอมาพร้อมกับอาวุธสุดโหด Star Eden : Fall (ส่วนอาวุธกุญแจสวรรค์ที่เราสามารถหาเก็บได้นั้นจะใช้ชื่อว่า Star of Eden ซึ่งอาวุธที่ใช้ในด่านนี้เป็นอาวุธของแท้ที่มีอานุภาพที่รุนแรงกว่ามาก) ศัตรูที่พบเจอในด่านทั้งหมดเป็นพวกปีศาจฮงไกและมีบอสฮงไกหมัดคู่ Legatus คอยยกโล่ป้องกันการโจมตีต่างๆ ของบอสแล้วรักษาระยะเพื่อชาร์จยิ่งใส่บอสรัวๆ

Act. 5 [ 9-20 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Vermilion Knight: Eclipse ]

ย้อนกลับมาเจอด่านนี้อีกครั้งจากที่เราได้เล่นผ่านมาใน Act. 1 [ 9-1 ] ศัตรูในด่านเหมือนเดิมทุกอย่างหลังจากสู้ไปได้ครึ่งทางจะมียานบินมาช่วยเหลือเราสองลำให้ล่อศัตรูเข้าไปใกล้ๆ ยานพวกนี้จะคอยยิงช่วยสนับสนุนให้กับเรา

Act. 5 [ 9-21 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Vermilion Knight: Eclipse ]

ด่านสุดท้ายกับการเผชิญหน้ากันของทั้งสองคนการต่อสู้ในช่วงแรกให้เน้นการโจมตีด้วยท่าชาร์จคอมโบแล้วเก็บเกจ SP ไว้ใช้ในช่วงที่สองเพราะหลังจากที่บอสเลือดลดไปสองหลอดจะมีคัตซีนมาขั้นเล็กน้อยก่อนที่จะกลับเข้าสู่การต่อสู่อีกครั้งของในช่วงที่สองซึ่งบอสจะทำการฟื้นฟูพลังทำให้เลือดกลับมาเต็มอีกครั้งพร้อมกับเกราะกันกายภาพที่หนามากจะต้องโจมตีด้วยดาเมจธาตุเท่านั้นจึงจะสามารถโจมตีเข้าได้

เมื่อเลือดของเข้าสู่ช่วงเลือดเหลือต่ำกว่าสองหลอดสุดท้ายบอสจะทำการเรียก Subspace Lance ออกมาพร้อมกับการโจมตีด้วยสายฟ้านั้นคือสัญญาณว่าบอสกำลังจะใช้ท่าไม้ตายโจมตีใส่เราให้รีบตี Subspace Lance ทิ้งจะทำการดรอปลูกบอลสีส้มออกมาเมื่อเก็บจะทำให้เป็นอมตะช่วงขณะป้องกันท่าไม้ตายและการโจมตีที่อาจจำให้ถึงตายได้ (หากไม่รีบตีให้ดรอปไอเทม Subspace Lance ก็จะหายไปทำให้ไม่ได้รับไอเทมที่ทำให้เป็นอมตะในจุดนี้อาจจะต้องหามุมหลบดีๆ สักแห่งแทนหรือให้กดค้างใช้ท่าชาร์จหรือใช้ท่าไม้ตายเพื่อซื้อเวลาเพราะในจังหวะที่ใช้สองท่านี้จะไม่ถูกดาเมจใดๆ ทั้งสิ้น) หลังจากท่าไม้ตายจบลงให้ใช้การโจมตีทุกอย่างที่มีรีบอัดพระเจ้าให้ตาย ก่อนที่จะฟื้นเลือดกลับมาอีก !

เมื่อเล่นจบด่านสุดท้ายจะมี CG ให้ดูทั้งหมดสองอันด้วยกันเป็นอันจบเนื้อเรื่องบทที่ 9 อย่างสมบูรณ์ ส่วนหากใครอยากดู CG แบบเต็มๆ ในตอนสุดท้ายสามารถเข้าไปดูได้ที่เพจ Honkai Impact 3 ในชื่อ”บทเรียนครั้งสุดท้าย”

บทที่ 9 ระดับยาก ( H )

ด่านในแต่ละ Act. นั้นจะถูกลดเหลือเพียงช่วงละ 2 ด่านเท่านั้นแต่มีความยากเพิ่มมากขึ้นศัตรูที่เจอก็เปลี่ยนไปในแต่ละด่านอีกด้วย

วาลคิเรียที่แนะนำให้พกไปด้วย

ในภารกิจเป้าหมายเกือบทุกด่านจะมีเควสเกือบกับการห้ามถูกโจมตีเกือบ X ครั้งให้เห็นอยู่บ่อยๆ จะควรหยิบวาลคิเรียอย่าง Yamabuki Armor ไปด้วยเพื่อช่วยสร้างเกราะกันกายภาพให้กับทีมทำให้ถูกโจมตีได้น้อยลงหากเกราะยังไม่แตกสามารถพาไปได้ทุกทีที่เวลาและ Wolf’s Dawn สร้างเกราะกันดาเมจธาตุเพราะในบางด่านศัตรูที่พบจะเป็นพวกศัตรูสีฟ้าซึ่งมีการโจมตีเกือบทั้งหมดเป็นธาตุน้ำแข็งร่างนี้จะช่วยในเรื่องนี้ได้ดี

Act. 1 [ 9-1 ]

ด่านแรกเป็นฉากลานกลางบนเครื่องบินจะมีศัตรูเป็นเดธลี่ 3 ตัว และที่เหลือจะเป็นปีศาจฮงไกทั้งหมดมีบอสเป็นปีศาจฮงไกม้า Eldritch Knight การโจมตีของบอสจะทำให้เราติดสถานะแช่แข็งพร้อมเผาไหม้และถูกโจมตีต่อได้ทันที ด่านนี้ไม่ยากมากนักหยิบวาลคิเรียประเภทชีวภาพที่มีดาเมจหนักๆ ไปสักคนและหาได้ง่ายอย่างเช่น Gyakushin Miko, Night Squire เป็นต้น หรือเป้นประเภทอื่นที่มีดาเมจแรงพอก็ได้เช่นกัน

Act. 1 [ 9-2 ]

วาลคิเรียที่แนะนำให้หยิบไปควรเป็นสายชีวภาพอย่างเช่น Gyakushin Miko, Night Squire ทำให้สามารถจัดการกับบอสได้อย่างรวดเร็วบอสในด่านนี้จะปรากฏออกมาเพียงตัวเดียวเท่านั้นและแนะนำให้รีบทำเควสเป้าหมายให้สำเร็จก่อนจะดีที่สุดในกรณีที่ยืมตัวเพื่อนมาด้วยเพราะหลังจากเพื่อนลงมาช่วยเราแล้วบอสจะหันความสนใจไปทางเพื่อนทันทีอาจจะทำให้เควสสำเร็จได้ยากแถมเพื่อนจะตีบอสตายก่อนเสียด้วย

Act. 2 [ 9-3 ]

ศัตรูทั้งหมดที่เจอในด่านจะเป็นตัวสีฟ้าชนิดพิเศษทั้งหมดคละประเภทกันไป ซึ่งจะมีการโจมตีเป็นธาตุน้ำแข็งและทำให้เมื่อโดนจะถูกแช่แข็งระยะสั้นๆ แถมยังมีพื้นไอน้ำแข็งทำให้การเคลื่นอที่และความเร็วโจมตีลดลงอย่างมากมีทั้งหมด 3 เวฟด้วยกันบอสจะเป็านหุ่นวอริเออร์ Nocturnal เมื่อไกลตายจะเข้าสู่โหมดบ้าคลั่งระเบิดคลื่นรอบตัวอย่างต่อเนื่องมีความรุนแรงกพอสมควรโดนเข้าถี่ๆ อาจถึงตายได้แนะนำให้หยิบพวกพลังจิตที่มีดาเมจหนักๆ ไปด้วยสักคนไว้รีบอัดให้ตายเร็วที่สุด

Act. 2 [ 9-4 ]

ด่านนี้เราจะเจอบอส Legatus ทันทีพร้อมลูกน้องเป็นเดธลี่สีฟ้าอีกสองตัว และมีเควสเป้าหมายให้ทำเป็นเรื่องของดาเมจ 40000 หน่วยในตรงนี้แนะนำให้ใช้ที่มีดาเมจหนักๆ ที่สามารถอัดลูกน้องให้โดนดาเมจได้สูงในทีเดียวอย่าง Scarlet Fusion, Snowy Sniper ลงมาใช้ QTE เป็นต้น หลังจากนั้นก็ทำการจัดการบอสต่อในทันที

Act. 3 [ 9-5 ]

สองเวฟแรกศัตรูจะเป็นเดธลี่สีฟ้าเกือบทั้งหมดมี 1 ในทั้งหมดที่น่าเป็นห่วงนั้นก็คือเดธลี่ล่องหนจะคอยป่วนโจมตีเราจากในมุมมืดตลอดเวลาให้รีบเก็บให้ไวที่สุดและในเวฟบอสจะปรากฏเป็นเดธลี่กรงเล็บกับเดธลี่ล่องหน 1 ตัว ควรเก็บตัวล่องหนก่อนเพราะบอสจะคอยฮิลให้ศัตรูที่เหลือตลอดเวลาและจะทำให้เสียเวลาเพิ่มมากขึ้น

Act. 3 [ 9-6 ]

บอสที่พบในด่านเป็นเดธลี่ล่องหน Doom แนะนำให้หยิบวาลคิเรียอย่าง Scarlet Fusion ไปจะตอบโจทย์ในด่านนี้พอสมควรเพราะการฟาดดาบแต่ละครั้งจะทำให้บอสหลุดจากการล่องหนเกือบตลอดเวลาสามารถโจมตีได้เรื่อยๆ

Act. 4 [ 9-7 ]

ศัตรูทั้งหมดที่เจอในด่านจะเป็นพวกหุ่นแบบใหม่ทั้งหมดและมีบอส Super Mecha Mystletainn 1 ตัว ที่มีการโจมตีและเคลื่อนที่ว่องไวหยิบพลังจิตไปตีบอสก็หงายท้องแล้วอาศัยเน้นหลบสกิลให้ดีๆ ก็เพียงพอ

Act. 4 [ 9-8 ]

น่าจะเป็น 1 ในบอสที่อยากเจอให้น้อยที่สุดอีกตัวเลยทีเดียวกับบอส Aesir Heimdall เมื่อเราโจมตีใส่บอสจะทำการดูดซับพลังงานเอาไว้และตัวของหุ่นจะเปลี่ยนสีค่อยๆ แดงขึ้นเรื่อยๆ จะคอยมีแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลาว่าตอนนี้บอสดูดซัพพลังงานไปกี่ % แล้วเราสามารถหยุดโจมตีเพื่อให้เกราะสีแดงลดลงกลับมาเป็น 0 % ได้แต่ถ้าหากโจมตีจนกระทั้งครบ 100%จนหุ่นกลายเป็นสีแดงสดบอสจะเข้าสู่สถานะบ้าคลั่งการโจมตีเร็วขึ้นเท่าตัวพร้อมกับท่าโจมตีกับสกิลใหม่ที่จะโหมกระหน่ำใส่เราทันที ถ้ากลัวว่าจะสู้ในช่วงนี้ไม่ได้ให้เราวิ่งหนีรอบแมพแทนเพื่อรอให้บอสกลับมาสู่โหมดปกติอีกครั้งก่อนแล้วค่อยจัดการต่อเอาให้ตาย ด่านนี้ควรมีตัวละครพลังจิตที่มีของมากพอสมควรเพื่อทำเควสเป้าหมายโจมตีให้ถึง 40000 หน่วยในทีเดียว (ไม่สามารถสะสมได้ต้องอัดทีเดียวให้ถึงเท่านั้น)

Act. 5 [ 9-9 ]

ศัตรูที่เจอในด่านนี้จะเป็นพวกหุ่นยนต์ทั้งหมดปรากฏออกมาครั้งละ 2 ตัวเท่านั้นหยิบพลังจิตของจัดเต็มไปสักคนด่านนี้จะเป็นของกล้วยๆ ไปเลยส่วนบอส Mecha Hammerer สิ่งที่ควรระวังคือการโจมตีจากทางด้านหน้าเพราะหากถูกดูดไปด้านหน้าเมื่อไหร่เราจะถูกทำให้ติดสตั๊นและถูกโจมตีต่อด้วยคลื่นพลังที่มีความถี่และรุนแรงเป็นอย่างมากโดนเพียงครั้งเดียวต้องจำเป้นจนวันตาย

Act. 5 [ 9-10 ]

ด่านสุดท้ายต้องเจอกับ God Kiana เจ้าเก่าและมีช่วงการสู้เหมือนกันกับในด่านเนื้อเรื่องระดับปกติ เมื่อโจมตีไปได้ 2 หลอดบอสจะทำการฟื้นเลือดกลับมาเต็มอีกครั้งและสร้างเกราะป้องการการโจมตีกายภาพจะต้องใช้ดาเมจธาตุเท่านั้นจึงจะตีเข้า วาลคิเรียที่แนะนำและสามารถหาได้ง่ายอย่าง  Arctic Kriegsmesser, Flame Sakitama เป็นต้นเพื่อใช้ในการจัดการกับ God Kiana ได้เป็นอย่างดี

เควสเป้าหมายที่ต้องทำดาเมจให้ถึงนั้นแนะนำให้โจมตีใส่ศัตรูฮงไกโล่ที่ God Kiana จะคอยเรียกออกมาเป็นระยะจะทำให้เควสสำเร็จได้เร็วขึ้นและอย่างลืมในช่วงที่บอสใกล้ตายนั้นจะทำการเรียก Subspace Lance ออกมาให้ทำลายมันเพื่อดรอปไอเทมอมตะไว้ป้องกันท่าไม้ตายของบอสกันด้วยนะ


จบบทความนี้กันไปเรียบร้อยแล้วหวังว่าไกด์ชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆนะ! ถ้าชอบก็มาติดตามกลุ่มของเราได้ที่ Honkai Impact 3 TH [-กลุ่มคนไทย-]

Facebook Comments