[ Honkai Impact 3 ] บทที่ 9 การเดินทางสู่วันพรุ่งนี้

381

เกม Honkai Impact 3 แอคชั่นสุดมันส์ที่ได้ทำการอัพเดทแพทช์ 2.7 เข้ามาได้มีเนื้อเรื่องบทใหม่ที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นและฉาก CG ใหม่อีกมากมายให้เหล่ากัปตันได้เข้าไปสัมผัสกันอย่างต่อเนื่องแถมด่านเนื้อเรื่องของบทที่ 9 การเดินทางสู่วันพรุ่งนี้ แต่ละด่านนั้นจะได้พบกับศัตรูใหม่ๆ ได้เล่นตัวละครที่หลากหลาย ฉากของแมพของ Helheim ที่หากได้พบจะต้องรู้สึกตื่นตาตื่นใจกันอย่างแน่นอน!

บทที่ 9 การเดินทางสู่วันพรุ่งนี้

ในบทความนี้จะพูดถึงด่านต่างๆ ทั้งหมดที่ได้ทำการเปิดได้เล่นกันถึงวิธีผ่านด่านในแต่ละด่าน โดยจะไม่มีการสปอยเรื่อเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น

Act. 1 [ 9-1 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Vermilion Knight: Eclipse ]

เมื่อเริ่มด่านมาจะได้ใช้วาลคิเรียใหม่ Vermilion Knight: Eclipse ในการต่อสู้กับเหล่าเดธลี่ทั้งหมดเมื่อกำจัดไปสักระยะจะมียานปรากฏออกมาสองลำโจมตีใส่ทั้งฉาก (สักระยะจะหยุดไปเอง) หลังจากจัดการจนหมดจะเข้าสู่หน้าคัดซีนเพื่อให้กัปตันได้ดู CG หลังจากนั้นจะจบด่านให้ไปด่านต่อไป

Act. 1 [ 9-2 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Valkyrie Pledge และ Crimson Impulse ]

เริ่นด่านให้ทำการวิ่งเข้าไปใกล้ๆ God Kiana เพื่อให้หายตัวไปแล้วเรียกลูกน้องปีศาจฮงไกออกมาต่อสู้กับเราแทนเมื่อกำจัดครบ 1 ชุดจะมีสายฟ้าปรากฏออกมาเพื่อโจมตีใส่เราเป็นแบบแพทเทิลต่างๆ 1 ชุดก่อนที่ศัตรูรอบต่อไปจะออกมา

เมื่อกำจัดศัตรูจนครบแล้วจะพบกับบอสฮงไกหน้าตาแปลกใหม่ออกมา 1 ตัวแถมยังมีถ้าโจมตีที่แปลกมากไปอีก แนะนำให้เก็บเกจ SP เอาไว้เพื่อใช้กางเขนล็อคศัตรูพร้อมกดท่าไม้ตายอัดใส่รัวๆ ให้บอสตายไว้ที่สุด

Act. 1 [ 9-3 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Valkyrie Pledge, Crimson Impulse และ Yamabuki Armor ]

ด่านนี้จะมี Bronya มาช่วยเราอีกแรงในการต่อสู้กับมังกรที่คุ้นเคย แนะนำให้ใช้ Theresa คอยโจมตีเก็บ SP ไปเรื่อยๆ เพื่อให้สามารถใช้กดสกิลของอาวุธตรึงบอสเอาไว้แล้วใช้ท่าไม้ตายต่อให้โดนเข้าแบบเต็มๆ และอาศัยความคล่องตัวคอยหลบสกิลของบอสไปด้วยเพื่อเก็บเกจไปในตัว

Act. 1 [ 9-4 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Violet Executer, Crimson Impulse และ Yamabuki Armor ]

เราจะได้ใช้ Theresa ร่าง Violet Executer ต่อสู้กับ God Kiana ให้เน้นปักกางเขนแล้วใช้ท่าไม้ตายโจมตีอัดใส่บอสรัวๆ อย่างต่อเนื่องจนบอสใกล้ตายจะตัดเข้าฉากเนื้อเรื่องทันทีเป็นอันจบด่าน (คอยหลบการโจมตีของบอสไปด้วยก็เพียงพอสำหรับในด่านนี้)

Act. 1 [ 9-5 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Herrscher of the Void ]

ด่านนี้จะได้สลับตำแหน่งในการต่อสู้กันจากที่ต้องจัดการ Herrscher of the Void หรือ God Kiana จะได้ใช้พระเจ้าเอาคืนแทนใช้การหลบเพื่อให้สกิลทำงานสร้างอาณาเขตเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของ Theresa แล้วจัดการได้เลย แถมยังมีปุ่มสกิลพิเศษเมื่อกดจะมีสายฟ้าฟาดใส่ศัตรูลดเลือดอีกทางระยะคูลดาวน์ปานกลางไม่ช้าไปและไม่เร็วเกินไปสามารถกดใช้ได้เรื่อยๆ จนกว่าจะอีกฝ่ายจะดับสิ้นลง

Act. 1 [ 9-5S ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Rita : Umbral Rose ]

ด่านเนื้อเรื่องเสริมของ Act. 1 ที่จะได้ใช้ตัวละครใหม่อย่าง Rita : Umbral Rose ในการต่อสู้ภายในด่านที่จะเจอศัตรูตลอดทางจะเป็นพวกปีศาจฮงไกทั้งหมดด่านไม่ได้มีความยากมากนักใช้เธอให้คล่องศัตรูก็ยอมแพ้ให้กับเธอคนนี้แล้ว

Act. 2 [ 9-6 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Shadow Knight และ Umbral Rose ]

ศัตรูที่พบภายในด่านทั้งหมดจะเป็นพวกปีศาจฮงไกและปีศาจฮงไกสีฟ้าในส่วนนี้เราจะต้องกำจัดศัตรูที่ปรากฏมาทั้งหมดเพื่อกดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด 2 ที่เพื่อออกไปยังเพื่อที่ด่านนอก

เมื่อออกมาถึงด่านนอกจะพบกับปีศาจฮงไกสีฟ้า 1 ชุดและจะมีเวลานับถอยหลัง 20 วินาที (ทุกๆ 20 วิเมื่อนับถึง 0 จะทำให้ศัตรูอยู่ในสถานะแช่แข็งฟื้นฟูเลือดเป็นจำนวนมากก่อนที่จะกลับออกมาจากการแช่แข็งแล้วเริ่มนับถอยหลังใหม่อีกครั้ง)

หลังจากจัดการจนหมดให้ไปสุดทางที่มีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อยู่จะพบกับบอส Frost Emperor ที่มีสกิลการโจมตีที่ค่อยข้างป่วนพอสมควรแนะนำให้เก็บเกจ SP ของ Shadow Knight เอาไว้ให้มากพอที่จะกดใช้ท่าไม้ตายแปลงร่างแล้วทำการอัดด้วยหมัดชุดใหญ่ให้บอสตายคาที่ไปเลย!!

Act. 2 [ 9-7 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Shadow Knight ]

เราจะได้ใช้ Shadow Knight เพื่อต่อสู้กับ Rita ที่มีการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงเอาเรื่องเลยทีเดียวแถมยังมีสกิลที่สร้างวงพื้นกุหลาบสีชมพูหากยืนอยู่ในวงจะทำการลดเลือดของเราค่อนข้างถี่แถมยังแรงมากด้วยระวังเอาไว้ให้ดี ให้รีบตีเก็บเกจให้เร็วที่สุดเมื่อกดท่าไม้ตายได้บอสอย่าง Rita จะกลายเป็นขนมกันเลยทีเดียว

Act. 2 [ 9-8 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Shadow Knight ]

หลังจากในด่านที่แล้วได้สู้กับ Rita ไปรอบนี้ต้องใช้ Shadow Knight เพื่อต่อสู้กับ God Kiana ต่อทันทีเมื่อทำเควสเป้าหมายอื่นๆ ครบแล้วก็กดท่าไม้ตายแปลงร่างจัดการบอสได้เลย แต่เมื่อเลือดของบอสหมดไปสักระยะจะตัดเข้าเนื้อเรื่องเพื่อจบด่านทันที

Act. 2 [ 9-9 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Herrscher of the Void ]

หลังจากได้ใช้ Fu Hua สู้แล้วจะถูกสลับข้างในแบบของด่าน  Act. 1 [ 9-5 ] เพื่อใช้ Herrscher of the Void โจมตีกลับใส่ Fu Hua อย่างไร้ซึ่งความปราณีใช้เทคนิคเดิมก็คือใช้ถ้าหลบพุ่งเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามเพื่อทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้แล้วทำการอัดดาเมจทุกอย่างที่มีให้ตายเร็วที่สุด

Act. 3 [ 9-10 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

เริ่มด่านมาจะต้องหลบสัญญาณไฟที่จะคอยตรวจจับเพื่อไปกดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ตรงทางออกและจะพบกับอาวุธ 1 ชิ้นที่อยู่อีกฝั่งให้เราทำการเดินกลับมาจะพบกับช่องทางเล็กๆ เพื่อใช้เป็นทางอ้อมไปอีกฝั่งเอาอาวุธแล้วหลังจากนั้นให้ใช้ทางเดิมเดินกลับมาไปกดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อีกรั้งเลเซอร์ที่ขวางทางอยู่จะเปิดออกให้สามารถไปด้านนอกได้

เมื่อออกมายังด้านนอกจะพบศัตรูเป็นพวกหุ่นยนต์ทั้งหมด 3 เวฟด้วยกันสามารถจัดการได้ไม่ยากนักเพื่อไปยังห้องเครื่องอีกฝั่ง

หลังจากถึงแล้วให้ทำการขึ้นไปยังชั้นบนจะพบกับ Tesla อยู่บนนั้นเมื่อกดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ตรงกลางแล้วเธอจะใช้ให้เราไปเก็บของทั้งหมดสามอย่างในกล่องสีดำที่เราเดินเจอก่อนหน้าจะขึ้นมาหาเธอ หลังจากที่เก็บครบทั้งสามจุดแล้วให้กดที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ด้านล่างต่อก็จะเป็นอันจบในด่านนี้

Act. 3 [ 9-11 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion และ Arctic Kriegsmesser ]

มาปรากฏในพื้นที่ใหม่เพื่อเก็บข้อมูลบางอย่างและจะพบกับศัตรูเป็นหุ่นเหมือนคนเต็มไปหมดเกือบทั้งด่านเมื่อกำจัดจนหมดให้เราวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนจะพบกับบอส Defense Core ทรงกลมที่คอยป้องกันระบบอยู่ให้จัดการพังมันเพื่อที่จะไปยังด่านต่อไป

Act. 3 [ 9-12 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

ศัตรูที่พบในด่านเป็นพวกเดธลี่สีฟ้าและปีศาจฮงไกสีฟ้าซึ่งทุกตัวมีการโจมตีเป็นน้ำแข็งทั้งหมดหากโดนโจมตีเข้าอาจจะทำให้ติดแช่แข็งหรือติดทำให้การเคลื่อนไหวและการโจมตีช้าลงเป็นเป้าให้ศัตรูโจมตีใส่ได้ง่ายๆ และแนะนำให้เก็บเกจ SP เอาไว้เพื่อใช้ท่าไม้ตายใส่บอสหุ่นตัวใหม่ Aesir Heimdall ออกมาโจมตีใส่เราแถมเกราะยังหนาเอาเรื่องการโจมตีมีรูปแบบที่แปลกตาไปอีกและยังโจมตีได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย เมื่อบอสปรากฎตัวออกมาให้กดใช้ท่าไม้ตายแล้วรีบอัดให้เลือดหมด 1 หลอดให้ไวที่สุดเพราะหลังจากบอสเลือดลดหมด 1 หลอดแล้วจะทรุดตัวลงแล้วหยุดค้างอยู่กับพื้นแบบนั้นให้อาศัยจังหวะนี้เพื่อหนีเอาตัวรอดโดนการวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อขึ้นลิฟท์หนี!

Act. 3 [ 9-13 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

หลังจากที่หนีได้สำเร็จศัตรูที่เจอต่อไปคือพวกหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่มีความคล่องตัวสูงรีบจัดการให้ไวที่สุดจะเป็นผลดีต่อตัวมากเท่านั้นและหลังจากที่กำจัดศัตรูหมดแล้วให้เดินไปยังสุดทางเพื่อขึ้นลิฟท์ไปพร้อมกับ Tesla จากนั้นจะเป็นการพูดคุยกันของทั้งสองคนจนกว่าจะขึ้นไปยังจุดสูงสุดเพื่อผ่านไปยังด่านต่อไป

Act. 4 [ 9-14 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

แมพนี้เราจะกลับเข้าสู่ในตัวยานอีกครั้งและจะพบกับหุ่นยนต์ตรวจตราสองตัวเมื่อกำจัดเสร็จให้ไปยังลิฟท์เพื่อลงไปชั้นล่างจะพบกับศัตรูอีกสองชุดเท่านั้นหลังจากนั้นให้ขึ้นไปยังเครื่องควบคุมที่อยู่ด้านหลังทำการกดสำรวจสำเร็จก็จะผ่านด่านทันที

Act. 4 [ 9-15 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion และ  Arctic Kriegsmesser ]

ด่านนี้จะพบศัตรูเป็นพวกหุ่นยนต์อยู่ตลอดทางจะต้องกำจัดทั้งหมดเพื่อเก็บชิ้นส่วนข้อมูลบันทึกบางอย่างในแต่ละพื้นที่ให้ครบและขึ้นไปยังชั้นบนสุดจัดการอัพศัตรูที่ปรากฏออกมาทั้งหมด

Act. 4 [ 9-16 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

ศัตรูที่พบเป็นพวกหุ่นยนต์ชุดเดิมเหมือนที่เคยพบในด่านที่ผ่านๆ มาแต่รอบนี้จะมีบอสเพิ่มมาด้วยอีก 1 ตัวสามารถจัดการได้ไม่ยากนักเมื่อกำจัดหมดเราจะได้ลงไปยังด้านล่างสุดพบกับชุดสูทต่างๆ มากมายให้เดินเข้าไปหาชุดที่อยู่ในสุดให้กดสำรวจมันเพื่อจบด่าน

Act. 4 [ 9-17 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

เป็นด่านที่กัปตันหลายคนติดกันมากที่สุดเพราะจะต้อสู้กับร่างต่างๆ ของตัว Himeko เองถึง 4 ร่างด้วยกัน ในช่วงแรกนั้นเราจะเจอร่างแยกของ Himeko สามสีสามคลาสด้วยกันไม่ยากมากนักในขณะต่อสู้นั้นให้ทำการเก็บเกจ SP เอาไว้ให้เต็มหลอดเพื่อใช้ในการต่อสู้กับร่าง Blood Rrose

ตรงนี้จะเป็นจุดที่ตายกันบ่อยที่สุดเพราะการโจมตีของ Blood Rrose นั้นมีความรุนแรงสูงมากโดนโจมตีใส่ไม่กี่ทีเราก็ตายแล้ว วิธีสู้คือให้กดใช้ท่าไม้ตายทันทีเมื่อเดินข้ามสะพานมายังอีกฝั่งแล้วก่อนที่ตัวของ Blood Rrose จะปรากฏตัวออกมาไม่ให้ทันตั้งตัวแล้วรีบอัดดาเมจให้เร็วและถี่ที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเรียกเพื่อๆ ออกมาช่วยตีเป็นระยะ (อาจจะมีการกระตุกค้างบ้างเล็กน้อยเนื่องจากการโหลดตัวละครอื่นเพิ่มเข้ามา) เพื่อนของเราจะปรากฏออกมาสามรอบด้วยกันคือ รอบแรก Theresa รอบสอง Mei และ Bronya รอบที่สาม Kiana หลังจากชนะร่างของตนเองครบแล้วจะเข้าสู่คัดซีนเพื่อสวมเกราะชุดใหม่

Act. 4 [ 9-18 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Vermilion Knight: Eclipse ]

หลังจากได้ชุดสูทใหม่ที่ได้ชื่อว่า Vermilion Knight: Eclipse แล้วก็มาพบกับบอส Aesir Heimdall อีกครั้งเพื่อสานต่อจากคราวก่อนที่ค้างคาไว้อีกครั้ง หลังจากที่ได้สู้กับไปสักระยะบอสจะเปลี่ยนโหมดกลายเป็นหุ่นสีแดงที่มีการโจมตีที่รวดเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้นอีกขั้น ให้เน้นการกดค้างเพื่อใช้ท่าชาร์จคอมโบใส่ศัตรูเพราะในขณะที่กำลังใช้ท่าคอมโบนั้นจะไม่ถูกการโจมตีใดๆ ทั้งสิ้นสามารถกดได้สูงสุดสองครั้งหลังจากนั้นจะขึ้นหลอดโอเวอร์ฮีทขึ้นให้สลับไปกดท่าไม้ตายต่อทันทีเพื่อรีความหลอดออกไปทำให้สามารถใช้ท่าคอมโบได้อีกครั้งทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าบอสจะกลับมาเป็นร่างปกติให้รีบอัดต่อให้ตายด้วยพลังสุดแกร่งของ Vermilion Knight: Eclipse ให้บอสต้องยอมศิโรราบ!!

**Act. 5 เป็นด่านช่วงสุดท้ายของเรื่องราวในบทนี้จะเปิดให้สามารถเข้าไปเล่นและชมเนื้อเรื่องกันต่อได้ในวันที่ 1 มกราคม 2562 เตรียมตัวรอกันได้เลยห้ามพลาดเด็ดขาด**


จบบทความนี้กันไปเรียบร้อยแล้วหวังว่าไกด์ชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆนะ! ถ้าชอบก็มาติดตามกลุ่มของเราได้ที่ Honkai Impact 3 TH [-กลุ่มคนไทย-]

Facebook Comments