[ Honkai Impact 3 ] บทที่ 9 การเดินทางสู่วันพรุ่งนี้

268

เกม site de rencontre avec femme ivoirienne rencontre adulte saint tropez enter site age dating laws canada click here top dating apps iphone 2018 site de rencontre guinа“ТЉenne http://crockeryindia.org/?viloperty=rencontre-gironde-homme&14e=15 Honkai Impact 3 แอคชั่นสุดมันส์ที่ได้ทำการอัพเดทแพทช์ 2.7 เข้ามาได้มีเนื้อเรื่องบทใหม่ที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นและฉาก CG ใหม่อีกมากมายให้เหล่ากัปตันได้เข้าไปสัมผัสกันอย่างต่อเนื่องแถมด่านเนื้อเรื่องของบทที่ 9 การเดินทางสู่วันพรุ่งนี้ แต่ละด่านนั้นจะได้พบกับศัตรูใหม่ๆ ได้เล่นตัวละครที่หลากหลาย ฉากของแมพของ Helheim ที่หากได้พบจะต้องรู้สึกตื่นตาตื่นใจกันอย่างแน่นอน!

บทที่ 9 การเดินทางสู่วันพรุ่งนี้

ในบทความนี้จะพูดถึงด่านต่างๆ ทั้งหมดที่ได้ทำการเปิดได้เล่นกันถึงวิธีผ่านด่านในแต่ละด่าน โดยจะไม่มีการสปอยเรื่อเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น

Act. 1 [ 9-1 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Vermilion Knight: Eclipse ]

เมื่อเริ่มด่านมาจะได้ใช้วาลคิเรียใหม่ Vermilion Knight: Eclipse ในการต่อสู้กับเหล่าเดธลี่ทั้งหมดเมื่อกำจัดไปสักระยะจะมียานปรากฏออกมาสองลำโจมตีใส่ทั้งฉาก (สักระยะจะหยุดไปเอง) หลังจากจัดการจนหมดจะเข้าสู่หน้าคัดซีนเพื่อให้กัปตันได้ดู CG หลังจากนั้นจะจบด่านให้ไปด่านต่อไป

Act. 1 [ 9-2 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Valkyrie Pledge และ Crimson Impulse ]

เริ่นด่านให้ทำการวิ่งเข้าไปใกล้ๆ God Kiana เพื่อให้หายตัวไปแล้วเรียกลูกน้องปีศาจฮงไกออกมาต่อสู้กับเราแทนเมื่อกำจัดครบ 1 ชุดจะมีสายฟ้าปรากฏออกมาเพื่อโจมตีใส่เราเป็นแบบแพทเทิลต่างๆ 1 ชุดก่อนที่ศัตรูรอบต่อไปจะออกมา

เมื่อกำจัดศัตรูจนครบแล้วจะพบกับบอสฮงไกหน้าตาแปลกใหม่ออกมา 1 ตัวแถมยังมีถ้าโจมตีที่แปลกมากไปอีก แนะนำให้เก็บเกจ SP เอาไว้เพื่อใช้กางเขนล็อคศัตรูพร้อมกดท่าไม้ตายอัดใส่รัวๆ ให้บอสตายไว้ที่สุด

Act. 1 [ 9-3 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Valkyrie Pledge, Crimson Impulse และ Yamabuki Armor ]

ด่านนี้จะมี Bronya มาช่วยเราอีกแรงในการต่อสู้กับมังกรที่คุ้นเคย แนะนำให้ใช้ Theresa คอยโจมตีเก็บ SP ไปเรื่อยๆ เพื่อให้สามารถใช้กดสกิลของอาวุธตรึงบอสเอาไว้แล้วใช้ท่าไม้ตายต่อให้โดนเข้าแบบเต็มๆ และอาศัยความคล่องตัวคอยหลบสกิลของบอสไปด้วยเพื่อเก็บเกจไปในตัว

Act. 1 [ 9-4 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Violet Executer, Crimson Impulse และ Yamabuki Armor ]

เราจะได้ใช้ Theresa ร่าง Violet Executer ต่อสู้กับ God Kiana ให้เน้นปักกางเขนแล้วใช้ท่าไม้ตายโจมตีอัดใส่บอสรัวๆ อย่างต่อเนื่องจนบอสใกล้ตายจะตัดเข้าฉากเนื้อเรื่องทันทีเป็นอันจบด่าน (คอยหลบการโจมตีของบอสไปด้วยก็เพียงพอสำหรับในด่านนี้)

Act. 1 [ 9-5 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Herrscher of the Void ]

ด่านนี้จะได้สลับตำแหน่งในการต่อสู้กันจากที่ต้องจัดการ Herrscher of the Void หรือ God Kiana จะได้ใช้พระเจ้าเอาคืนแทนใช้การหลบเพื่อให้สกิลทำงานสร้างอาณาเขตเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของ Theresa แล้วจัดการได้เลย แถมยังมีปุ่มสกิลพิเศษเมื่อกดจะมีสายฟ้าฟาดใส่ศัตรูลดเลือดอีกทางระยะคูลดาวน์ปานกลางไม่ช้าไปและไม่เร็วเกินไปสามารถกดใช้ได้เรื่อยๆ จนกว่าจะอีกฝ่ายจะดับสิ้นลง

Act. 1 [ 9-5S ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Rita : Umbral Rose ]

ด่านเนื้อเรื่องเสริมของ Act. 1 ที่จะได้ใช้ตัวละครใหม่อย่าง Rita : Umbral Rose ในการต่อสู้ภายในด่านที่จะเจอศัตรูตลอดทางจะเป็นพวกปีศาจฮงไกทั้งหมดด่านไม่ได้มีความยากมากนักใช้เธอให้คล่องศัตรูก็ยอมแพ้ให้กับเธอคนนี้แล้ว

Act. 2 [ 9-6 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Shadow Knight และ Umbral Rose ]

ศัตรูที่พบภายในด่านทั้งหมดจะเป็นพวกปีศาจฮงไกและปีศาจฮงไกสีฟ้าในส่วนนี้เราจะต้องกำจัดศัตรูที่ปรากฏมาทั้งหมดเพื่อกดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด 2 ที่เพื่อออกไปยังเพื่อที่ด่านนอก

เมื่อออกมาถึงด่านนอกจะพบกับปีศาจฮงไกสีฟ้า 1 ชุดและจะมีเวลานับถอยหลัง 20 วินาที (ทุกๆ 20 วิเมื่อนับถึง 0 จะทำให้ศัตรูอยู่ในสถานะแช่แข็งฟื้นฟูเลือดเป็นจำนวนมากก่อนที่จะกลับออกมาจากการแช่แข็งแล้วเริ่มนับถอยหลังใหม่อีกครั้ง)

หลังจากจัดการจนหมดให้ไปสุดทางที่มีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อยู่จะพบกับบอส Frost Emperor ที่มีสกิลการโจมตีที่ค่อยข้างป่วนพอสมควรแนะนำให้เก็บเกจ SP ของ Shadow Knight เอาไว้ให้มากพอที่จะกดใช้ท่าไม้ตายแปลงร่างแล้วทำการอัดด้วยหมัดชุดใหญ่ให้บอสตายคาที่ไปเลย!!

Act. 2 [ 9-7 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Shadow Knight ]

เราจะได้ใช้ Shadow Knight เพื่อต่อสู้กับ Rita ที่มีการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงเอาเรื่องเลยทีเดียวแถมยังมีสกิลที่สร้างวงพื้นกุหลาบสีชมพูหากยืนอยู่ในวงจะทำการลดเลือดของเราค่อนข้างถี่แถมยังแรงมากด้วยระวังเอาไว้ให้ดี ให้รีบตีเก็บเกจให้เร็วที่สุดเมื่อกดท่าไม้ตายได้บอสอย่าง Rita จะกลายเป็นขนมกันเลยทีเดียว

Act. 2 [ 9-8 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Shadow Knight ]

หลังจากในด่านที่แล้วได้สู้กับ Rita ไปรอบนี้ต้องใช้ Shadow Knight เพื่อต่อสู้กับ God Kiana ต่อทันทีเมื่อทำเควสเป้าหมายอื่นๆ ครบแล้วก็กดท่าไม้ตายแปลงร่างจัดการบอสได้เลย แต่เมื่อเลือดของบอสหมดไปสักระยะจะตัดเข้าเนื้อเรื่องเพื่อจบด่านทันที

Act. 2 [ 9-9 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Herrscher of the Void ]

หลังจากได้ใช้ Fu Hua สู้แล้วจะถูกสลับข้างในแบบของด่าน  Act. 1 [ 9-5 ] เพื่อใช้ Herrscher of the Void โจมตีกลับใส่ Fu Hua อย่างไร้ซึ่งความปราณีใช้เทคนิคเดิมก็คือใช้ถ้าหลบพุ่งเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามเพื่อทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้แล้วทำการอัดดาเมจทุกอย่างที่มีให้ตายเร็วที่สุด

Act. 3 [ 9-10 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

เริ่มด่านมาจะต้องหลบสัญญาณไฟที่จะคอยตรวจจับเพื่อไปกดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ตรงทางออกและจะพบกับอาวุธ 1 ชิ้นที่อยู่อีกฝั่งให้เราทำการเดินกลับมาจะพบกับช่องทางเล็กๆ เพื่อใช้เป็นทางอ้อมไปอีกฝั่งเอาอาวุธแล้วหลังจากนั้นให้ใช้ทางเดิมเดินกลับมาไปกดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อีกรั้งเลเซอร์ที่ขวางทางอยู่จะเปิดออกให้สามารถไปด้านนอกได้

เมื่อออกมายังด้านนอกจะพบศัตรูเป็นพวกหุ่นยนต์ทั้งหมด 3 เวฟด้วยกันสามารถจัดการได้ไม่ยากนักเพื่อไปยังห้องเครื่องอีกฝั่ง

หลังจากถึงแล้วให้ทำการขึ้นไปยังชั้นบนจะพบกับ Tesla อยู่บนนั้นเมื่อกดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ตรงกลางแล้วเธอจะใช้ให้เราไปเก็บของทั้งหมดสามอย่างในกล่องสีดำที่เราเดินเจอก่อนหน้าจะขึ้นมาหาเธอ หลังจากที่เก็บครบทั้งสามจุดแล้วให้กดที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ด้านล่างต่อก็จะเป็นอันจบในด่านนี้

Act. 3 [ 9-11 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion และ Arctic Kriegsmesser ]

มาปรากฏในพื้นที่ใหม่เพื่อเก็บข้อมูลบางอย่างและจะพบกับศัตรูเป็นหุ่นเหมือนคนเต็มไปหมดเกือบทั้งด่านเมื่อกำจัดจนหมดให้เราวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนจะพบกับบอส Defense Core ทรงกลมที่คอยป้องกันระบบอยู่ให้จัดการพังมันเพื่อที่จะไปยังด่านต่อไป

Act. 3 [ 9-12 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

ศัตรูที่พบในด่านเป็นพวกเดธลี่สีฟ้าและปีศาจฮงไกสีฟ้าซึ่งทุกตัวมีการโจมตีเป็นน้ำแข็งทั้งหมดหากโดนโจมตีเข้าอาจจะทำให้ติดแช่แข็งหรือติดทำให้การเคลื่อนไหวและการโจมตีช้าลงเป็นเป้าให้ศัตรูโจมตีใส่ได้ง่ายๆ และแนะนำให้เก็บเกจ SP เอาไว้เพื่อใช้ท่าไม้ตายใส่บอสหุ่นตัวใหม่ Aesir Heimdall ออกมาโจมตีใส่เราแถมเกราะยังหนาเอาเรื่องการโจมตีมีรูปแบบที่แปลกตาไปอีกและยังโจมตีได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย เมื่อบอสปรากฎตัวออกมาให้กดใช้ท่าไม้ตายแล้วรีบอัดให้เลือดหมด 1 หลอดให้ไวที่สุดเพราะหลังจากบอสเลือดลดหมด 1 หลอดแล้วจะทรุดตัวลงแล้วหยุดค้างอยู่กับพื้นแบบนั้นให้อาศัยจังหวะนี้เพื่อหนีเอาตัวรอดโดนการวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อขึ้นลิฟท์หนี!

Act. 3 [ 9-13 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

หลังจากที่หนีได้สำเร็จศัตรูที่เจอต่อไปคือพวกหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่มีความคล่องตัวสูงรีบจัดการให้ไวที่สุดจะเป็นผลดีต่อตัวมากเท่านั้นและหลังจากที่กำจัดศัตรูหมดแล้วให้เดินไปยังสุดทางเพื่อขึ้นลิฟท์ไปพร้อมกับ Tesla จากนั้นจะเป็นการพูดคุยกันของทั้งสองคนจนกว่าจะขึ้นไปยังจุดสูงสุดเพื่อผ่านไปยังด่านต่อไป

Act. 4 [ 9-14 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

แมพนี้เราจะกลับเข้าสู่ในตัวยานอีกครั้งและจะพบกับหุ่นยนต์ตรวจตราสองตัวเมื่อกำจัดเสร็จให้ไปยังลิฟท์เพื่อลงไปชั้นล่างจะพบกับศัตรูอีกสองชุดเท่านั้นหลังจากนั้นให้ขึ้นไปยังเครื่องควบคุมที่อยู่ด้านหลังทำการกดสำรวจสำเร็จก็จะผ่านด่านทันที

Act. 4 [ 9-15 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion และ  Arctic Kriegsmesser ]

ด่านนี้จะพบศัตรูเป็นพวกหุ่นยนต์อยู่ตลอดทางจะต้องกำจัดทั้งหมดเพื่อเก็บชิ้นส่วนข้อมูลบันทึกบางอย่างในแต่ละพื้นที่ให้ครบและขึ้นไปยังชั้นบนสุดจัดการอัพศัตรูที่ปรากฏออกมาทั้งหมด

Act. 4 [ 9-16 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

ศัตรูที่พบเป็นพวกหุ่นยนต์ชุดเดิมเหมือนที่เคยพบในด่านที่ผ่านๆ มาแต่รอบนี้จะมีบอสเพิ่มมาด้วยอีก 1 ตัวสามารถจัดการได้ไม่ยากนักเมื่อกำจัดหมดเราจะได้ลงไปยังด้านล่างสุดพบกับชุดสูทต่างๆ มากมายให้เดินเข้าไปหาชุดที่อยู่ในสุดให้กดสำรวจมันเพื่อจบด่าน

Act. 4 [ 9-17 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Scarlet Fusion ]

เป็นด่านที่กัปตันหลายคนติดกันมากที่สุดเพราะจะต้อสู้กับร่างต่างๆ ของตัว Himeko เองถึง 4 ร่างด้วยกัน ในช่วงแรกนั้นเราจะเจอร่างแยกของ Himeko สามสีสามคลาสด้วยกันไม่ยากมากนักในขณะต่อสู้นั้นให้ทำการเก็บเกจ SP เอาไว้ให้เต็มหลอดเพื่อใช้ในการต่อสู้กับร่าง Blood Rrose

ตรงนี้จะเป็นจุดที่ตายกันบ่อยที่สุดเพราะการโจมตีของ Blood Rrose นั้นมีความรุนแรงสูงมากโดนโจมตีใส่ไม่กี่ทีเราก็ตายแล้ว วิธีสู้คือให้กดใช้ท่าไม้ตายทันทีเมื่อเดินข้ามสะพานมายังอีกฝั่งแล้วก่อนที่ตัวของ Blood Rrose จะปรากฏตัวออกมาไม่ให้ทันตั้งตัวแล้วรีบอัดดาเมจให้เร็วและถี่ที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเรียกเพื่อๆ ออกมาช่วยตีเป็นระยะ (อาจจะมีการกระตุกค้างบ้างเล็กน้อยเนื่องจากการโหลดตัวละครอื่นเพิ่มเข้ามา) เพื่อนของเราจะปรากฏออกมาสามรอบด้วยกันคือ รอบแรก Theresa รอบสอง Mei และ Bronya รอบที่สาม Kiana หลังจากชนะร่างของตนเองครบแล้วจะเข้าสู่คัดซีนเพื่อสวมเกราะชุดใหม่

Act. 4 [ 9-18 ]

[ บังคับใช้วาลคิเรีย : Vermilion Knight: Eclipse ]

หลังจากได้ชุดสูทใหม่ที่ได้ชื่อว่า Vermilion Knight: Eclipse แล้วก็มาพบกับบอส Aesir Heimdall อีกครั้งเพื่อสานต่อจากคราวก่อนที่ค้างคาไว้อีกครั้ง หลังจากที่ได้สู้กับไปสักระยะบอสจะเปลี่ยนโหมดกลายเป็นหุ่นสีแดงที่มีการโจมตีที่รวดเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้นอีกขั้น ให้เน้นการกดค้างเพื่อใช้ท่าชาร์จคอมโบใส่ศัตรูเพราะในขณะที่กำลังใช้ท่าคอมโบนั้นจะไม่ถูกการโจมตีใดๆ ทั้งสิ้นสามารถกดได้สูงสุดสองครั้งหลังจากนั้นจะขึ้นหลอดโอเวอร์ฮีทขึ้นให้สลับไปกดท่าไม้ตายต่อทันทีเพื่อรีความหลอดออกไปทำให้สามารถใช้ท่าคอมโบได้อีกครั้งทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าบอสจะกลับมาเป็นร่างปกติให้รีบอัดต่อให้ตายด้วยพลังสุดแกร่งของ Vermilion Knight: Eclipse ให้บอสต้องยอมศิโรราบ!!

**Act. 5 เป็นด่านช่วงสุดท้ายของเรื่องราวในบทนี้จะเปิดให้สามารถเข้าไปเล่นและชมเนื้อเรื่องกันต่อได้ในวันที่ 1 มกราคม 2562 เตรียมตัวรอกันได้เลยห้ามพลาดเด็ดขาด**


จบบทความนี้กันไปเรียบร้อยแล้วหวังว่าไกด์ชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆนะ! ถ้าชอบก็มาติดตามกลุ่มของเราได้ที่ Honkai Impact 3 TH [-กลุ่มคนไทย-]

Facebook Comments