Monster Hunter World : Tempered Monster มอนม่วงและเกลือกองโต

1611
Monster Hunter World Investigate Tempered cover myplaypost

ในช่วงท้ายเกมของ Monster Hunter World นั้น ก็ไม่พ้นการฟาร์มมอนสเตอร์ชนิด Tempered หรือเจ้ามอนม่วงในสายตาของหลายๆ คนนั่นเอง ทั้งนี้ เมื่อเป็น Investigate นั้นก็จะเป็นเควสที่กำจัดจำนวนครั้งที่เล่นได้ เมื่อหมดแล้วก็ต้องไปหาใหม่ การจะฟาร์มเควส Investigate จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เพื่อนๆ มีเควสไว้เล่นตลอดเวลานั่นเองจ้า

รู้จักกับระดับของ Tempered Monster

หลายๆ คนน่าจะทราบแล้วว่าการจะได้เควส Investigate นั้น ตัวเกมจะสุ่มให้ทุกครั้งที่เราได้แต้มจากมอนสเตอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตามรอย การจับ การฆ่า หรือการทำลายชิ้นส่วน ซึ่งเกมจะสุ่มให้ทุกครั้งแต่มีอัตราได้ที่น้อย หากครั้งไหนไม่ได้ก็จะค่อยๆ เพิ่มโอกาสได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้เควสและรีเซ็ทกลับไปใหม่

จุดที่แตกต่างออกไปของ Investigate แบบ Tempered นั้นก็จะเป็นที่ว่า ตัวเควสจะแยกออกจาก Investigate ธรรมดา (ช่องรางวัลมีสีทองแดง/เงิน/ทอง) ไปเป็นสีม่วง และมีการเสนอข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นด้วยการแสดงข้อมูลการแบ่งมอนสเตอร์เป็นกลุ่ม (Threat – อันตราย) ทั้งสิ้นสามกลุ่มแยกจากกันต่างหาก

*เควสปกติก็จะแบ่งแบบนี้เช่นกัน เพียงแต่ตัวเกมจะไม่กล่าวถึงเลย แต่หากเพื่อนๆ เจอรอยสีม่วงในเควสปกติ จะสังเกตุว่ามีคำว่า Threat Level ปรากฎขึ้นมาด้วย*

เจ้าร่องรอยของ Tempered Monster นั้น จะถูกแยกแยะด้วยสีของ Scoutfly สีน้ำเงินเช่นเดียวกับตอนที่เจอรอย Elder Dragon เพื่อนๆ จึงสามารถแยกได้ในทันทีว่ารอยไหนเป็นรอยตัวธรรมดาและรอยไหนเป็นตัวม่วง เมื่อรวมกับข้อมูลก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้หากเพื่อนๆ เก็บรอยมอนม่วงในระดับ Threat 1 ก็จะได้แค่เควสม่วงระดับ Threat 1 เท่านั้น ไม่มีโอกาสได้ 2-3 เลย การเลือกเก็บรอย ฟาร์มให้ถูกจึงเป็นอะไรที่สำคัญมากจ้า

Threat Level 1 (HR 14) Threat Level 2 (HR 30)
Threat Level 3 (HR50)
Anjanath
Barroth
Jyuratodus
Paolumu
Pukei-Pukei
Radobaan
Rathian
Tobi-Kadachi
Azura Rathalos
Bazelgeuse
Black Diablos
Diablos
Lavasoith
Legiana
Odogaron
Pink Rathian
Rathalos
Uragaan
Kirin
Nergigante
Kushala Daora
Teostra
Vaal Hazak

*Great Jagras, Kulu-Ya-Ku, Tzitzi-Ya-Ku, Dodogama ไม่มีแบบ Temepered จ้า*

จากตารางด้านบนจะทำให้เพื่อนๆ สามารถแยกกลุ่มของมอนสเตอร์เพื่อตามรอยได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ในกรณีที่เควสมีมอน Threat 1-2 ปะปนกัน รางวัลที่ได้จะขึ้นกับ HR ของตัวเควสนั้นๆ เช่น หากเป็นเควส HR 14 ก็จะได้รางวัลเป็น Threat 1

อย่างไรก็ตาม รอยเท้าและแต้ม Investigate ยังคงแยกเป็นของแต่ละตัวต่างหาก เช่นในรูปนี้ เควสเป็นระดับ Threat 2 (HR 30) แต่หากเพื่อนๆ เอาแต่เก็บรอยของเจ้า Radobaan เพราะหาง่ายกว่า เวลาเควส Investigate เด้งมา ก็จะได้เป็นระดับ Threat 1 เท่านั้น

 

ของรางวัลตอบแทนแต่ละ Threat

มอนม่วงนั้นนอกจากจะอึดขึ้น ตีแรงขึ้นแล้วก็ไม่ได้มีอะไรดีเด่ ทำไมคนตีกันจัง? เพราะในช่วงท้ายเกมนั้น เพื่อนๆ จะหาของมายกระดับ Build/Set ของแต่ละคนได้จากพวกมันเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพชรหายากแรร์สูงๆ ที่การส่องเจ้าเพชรดิบเม็ดสีขาวไม่มีโอกาสได้ หรือเจ้า Streamstone ที่ใช้ในการ Augment อาวุธต่างๆ ด้วยนั่นเอง

โดยแต่ละ Threat นั้นก็จะมีอัตราการดรอปของที่แตกต่างกันไป ทำให้หลายคนเลือกที่จะฟาร์มแค่บาง Threat เท่านั้น รางวัลดังกล่าวนั้นก็จะปรากฎอยู่ในรูปกรอบสีม่วงด้านล่างเควสแทนที่กรอบสามสีของเดิมในแบบ Investigate ธรรมดา มีตั้งแต่ 2-5 ช่อง โดยยิ่งจำนวนช่องเยอะ ระดับความโหดหรือเงื่อนไขก็จะหนักข้อขึ้นตามกันไป ตัวของรางวัลนั้นก็จะมีดังนี้

ระดับเลเวลของ Threat Mysterious Feystone Gleaming Feystone Worn Feystone Warped Feystone Warrior’s Streamstone Hero’s Streamstone
1 60% 35% 5%
2 36% 36% 26% 3% ?%
3 72% 13% 12% 3%

 

นอกจากนี้แล้ว ตัวเพชร (Feystone) แต่ละระดับก็จะมีโอกาสที่ส่องออกมาแล้วได้เพชรที่มีระดับแรร์ต่างๆ แตกต่างกันด้วย โดยตีเป็นตารางคร่าวๆ ได้ดังนี้ (ตัวเลขเป็นเพียงการประมาณคร่าวๆ เท่านั้น)

ชนิดของเพชร \ โอกาสส่องได้ Rare 5  Rare 6 Rare 7  Rare 8
Mysterious Feystone 85% 15%
Gleaming Feystone 65% 24% 1%
Worn Feystone 10% 82% 6% 2%
Warped Feystone 77% 18% 5%

 

จึงเป็นที่มาของการที่นักล่าที่ตามหาเพชรเป็นหลักนั้น จะเลือกทำเควสระดับ Threat 2 มากกว่า เพราะมีโอกาสได้เพชรดิบที่มีอัตราสุ่มดีที่สุดอย่าง Warped Feystone สูงกว่าในระดับ Threat 3 ถึงสองเท่าตัว ในขณะที่เควสระดับ Threat 3 นั้นจะมีโอกาสได้รับ Streamstone สูงกว่าอย่างเทียบไม่ติดเลยทีเดียว

*จากการทดลองพบว่า เพื่อนๆ มีโอกาสได้ Hero’s Streamstone จาก Threat 2 เช่นเดียวกันจ้า แต่มีโอกาสได้ที่ต่ำมากๆ*

 

การฟาร์มเควส Investigate แบบ Tempered

การฟาร์มตัวเควสมอนม่วงนั้น ก็มีหลักเช่นเดียวกับการฟาร์มเควสปกติ นั่นคือการไล่แกะรอยมอนไปเรื่อยๆ โดยยิ่งเราเก็บรอยได้เยอะเท่าไหร่ ก็มีโอกาสสุ่มได้เควสเยอะเท่านั้น บางคนอาจจะเก็บแค่รอยสองรอยก็ได้เควสแล้ว บางคนเก็บเป็นสิบๆ รอยเควสก็ยังไม่ขึ้นก็มี ทำให้ผู้เล่นหลายคน จะใช้วิธียอมเสียเควสเพื่อเก็บรอยโดยเฉพาะจ้า ทั้งนี้ก็จะขอข้ามส่วนของ Threat ระดับ 1 ไปเนื่องจากไม่ค่อยจำเป็นต้องใช้นัก (แต่หากใครอยากไล่เก็บรอย ตัวใน Threat 1 สามารถเดินตามเก็บได้เกือบหมดเลยจ้า)

► Threat 2

  • Diablos

การตามรอย Threat ระดับ 2 ที่นิยมที่สุดนั้น ก็จะเป็นการใช้เควส Diablos, Black Diablos นั่นเอง ซึ่งโดยอุปนิสัยของเจ้าสองเขาพวกนี้นั้น มันจะวนเวียนแค่ในถ้ำใต้ดินเป็นหลัก และมีออกไปกินอาหารบ้าง ซึ่งถ้ำที่ว่าก็ติดกับ Camp หมายเลข 15 พอดีเลยด้วย นอกจากนี้การเดินของมันจะทำให้เกิดรอยเท้าใหม่ๆ แทบจะทุกๆ 5 ก้าวเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าถ้ามันไม่ดุ เห็นเราเป็นขวิด เราอาจจะฟาร์มได้เกิน 10 เควสด้วยการแลกเควสของพวกมันเพียงเควสเดียวเลยก็ได้

แต่ด้วยความดุของมัน จึงเกิดแนวการเก็บรอย นั่นคือ ใช้ผ้าคลุม Ghillie Mantle เพื่อไม่ให้มันเห็นตัวและไล่เก็บในช่วงเวลาที่กำหนด หรือ รอมันเดินไปหาอะไรกินที่แผนที่อื่น แล้วค่อยไล่เก็บในถ้ำก็ได้จ้า

  • Odogaron

เป็นตัวที่ต้องเตรียมการกันซักนิด เพราะแม้จะสร้างรอยเท้าเรื่อยๆ ระหว่างเดิน แต่บางครั้งสถานการณ์ก็ไม่เอื้ออำนวย เช่น โดนมอนข้างทางป่วน, โดนกวนจากมอนสเตอร์อื่น หรือเจ้าแก๊สไข่เน่าก็ตาม แต่โดยรวมแล้ว ถ้าไม่โดนกวนจากมอนสเตอร์อื่น เราสามารถจัดชุดที่มีสกิล Intimidator 3, Effluvial Expert เพื่อแก้อีกสองปัญหาและใช้ฟาร์มยันลูกบวชได้เช่นกัน

โดย AI ของเจ้า Odogaron นั้น จะเดินสำรวจพื้นที่ไปเรื่อย และหากเราไม่เข้าไปอยู่ในระยะสายตาของมันนานจนเกินไป เดินเก็บรอยอยู่ข้างหลังไปเรื่อยๆ มันก็จะไม่โจมตีเราแต่อย่างใด (อาจจะมีบางครั้งที่ AI สุ่มมาให้มันดุร้ายบ้าง ก็ต้องยอมกันไป ซึ่งเท่าที่ไล่เก็บมา ก็เจอเหตุการณ์นี้น้อยมากๆ)

  • Legiana

เจ้า Legiana นั้นหลายคนจะฟาร์มรองมาเนื่องจากความดุไม่แพ้กันและวุ่นวายกว่า แต่บางครั้งเจอเควสไม่น่าสู้หรือมีรางวัลแค่ 2 ช่องก็น่าเบื่อ เลยเอามาใช้ฟาร์มกันแล้วทิ้งเควสไป โดยเพื่อนๆ จะเจอรอยของเจ้า Legiana ที่ Camp 12 ทางขวา 2 รอย ทางซ้าย 1 รอย ในลานกว้างอีก 3 รอย ทางลาดก่อนลงไปอีก 1 รอย และปีนเถาวัลย์ทางไปรังจะมีอีก 2 รอย เบ็ดเสร็จ 9 รอยฟรีๆ ตั้งแต่เริ่มเควสของ Legiana และยังสามารถเก็บเพิ่มได้จากพื้นที่ด้านบนที่เป็นทางไปรังของมันอีก 4-5 รอย บนรังอีก 2-3 รอย

ตัวมันก็จะวนไปวนมาแค่ลานข้าง Camp 12 และพื้นที่ด้านบน ทำให้เพื่อนสามารถเก็บรอยของมันสลับไปมาได้ไม่แพ้กัน แค่ปริมาณเทียบกันแล้วจะไม่เท่า Diablos นั่นเอง

นอกจากนี้มอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ก็ใช้ฟาร์มรอยได้เช่นเดียวกัน โดยจะเหมือนกับ Legiana คือ เควสที่มีมอนตัวไหน ก็จะมีร่องรอยพวกมันอย่างแน่นอนตายตัวตั้งแต่เริ่มเควส ทำให้ถ้าจำตำแหน่งรอยได้ ก็สามารถไล่เก็บได้อย่างเมามันเช่นเดียวกันจ้า

 

► Threat 3

ด้วยอุปนิสัยของ Elder Dragon ที่รักสงบ ไม่โจมตีก่อนยกเว้นจะไปเดินขวางหูขวางตาจน AI มันรวนจริงๆ (ส่วนเจ้า Nergigante, Vaal Hazak บางครั้งจะเอาแน่เอานอนไม่ได้) ทำให้เพื่อนๆ สามารถฟาร์มยันลูกบวชได้ชิวๆ และเป็นเหตุที่ว่า ทำไมเพื่อนๆ ควรยอมเสียเวลาในการฟาร์มรอยเท้าคิรินก่อนจะสอบ HR 49 ให้เสร็จ เพราะเควสคิรินนั้น เป็นเควสที่ฟาร์มได้ง่ายมากๆ นั่นเองจ้า

  • Kirin

เริ่มที่ Camp 12 นั้น เราจะสามารถเดินออกไปเก็บรอยและรอซักพักเพื่อให้คิรินโดดมาหาที่ลานกว้าง และไล่ตามเก็บเรื่อยๆ จนเบื่อได้เลย (จะมีรอยอยู่ทั้งบริเวณลานกว้างข้าง Camp, ด้านล่าง และพื้นที่ด้านบนรังเหมือนกัน) เรียกได้ว่าถ้าไม่ไปเผลอตีโดนคิรินเข้า จะฟาร์มยันหมดเวลาก็ไม่เป็นปัญหา

  • Nergigante

สำหรับ Nergigante นั้นจะใช้หลักสูตรเดียวกับ Diablos ด้วยเจ้าผ้าคลุม Ghillie Mantle โดยการนอนเกาพุงรอเวลาซักพัก ก่อนจะเดินออกไปหามันเพื่อเก็บรอย หากมันมีท่าทีคุกคามจะเห็นเราก็ใส่ผ้าคลุมซะ เก็บจนพอใจก็กลับ Camp แล้วรอเวลาผ้าคลุมใช้ได้อีกทีค่อยออกมาเก็บต่อวนไปเรื่อยๆ ซึ่งพี่แกก็จะถูๆ ไถๆ ฝนเล็บ ไถหลังอย่างน่ารักเมามันอยู่ข้างๆ แค่นั้นแหละจ้า

สำหรับ Elder Dragon ตัวอื่นนั้นก็สามารถใช้ฟาร์มได้เช่นเดียวกัน หากเพื่อนๆ พบว่าของรางวัลมันไม่ค่อยล่อตาล่อใจเท่าไหร่นัก

Extra Tip : เพื่อนๆ สามารถใช้ Slinger ยิงกระสุนง๊องแง๊งให้มอนสเตอร์เดินไปสำรวจได้จ้า ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดรอยเพิ่มได้ โดยเฉพาะถ้าระหว่างทางที่มันเดินเป็นจุดที่จะมีรอยเกิดแน่ๆ การทำให้มันเดินย้อนไปมาจะเร่งโอกาสได้รอยซ้ำสูงเลยทีเดียว

WARNING : แต่ถ้าเราอยู่ในระยะสายตาด้วย อาจจะเจอมันอาละวาดใส่แทนได้นะจ๊ะ ต่อให้เป็น Elder Dragon ก็ตาม

 

ไหนๆ ก็ไหนๆ ทำชุดตามรอยไปด้วยเลย

ทิ้งท้ายกันเล็กน้อยสำหรับชุดตามรอยเฉพาะกิจเพิ่มเติม เพราะถ้าเอาเควสมาทิ้งเปล่าแล้ว ก็ทำชุดไว้สำหรับกิจนี้โดยเฉพาะก็แลดูจะไม่เสียหายนัก โดยสกิลที่เราต้องการนั้นก็จะประกอบไปด้วย

  • Scoutfly Range Up – เพิ่มระยะการเก็บรอยให้กว้างขึ้น
  • Intimidator – เลเวล 3 เพื่อป้องกันไม่ให้พวกแย้ข้างทางกวนยามตามรอย (Threat level 2 นี่ล่ะตัวดี)
  • Effluvial Expert – กันแก๊สไข่เน่าลดเลือดเรา เหมาะสำหรับการตามรอยของ Odogaron โดยเฉพาะ
  • Tool Specialist – เลเวล 3 จะช่วยให้เราสามารถใช้ผ้าคลุม Ghillie Mantle ได้ไวขึ้นถึง 20% ทำให้เราออกมาเก็บรอยตัวที่ดุๆ อย่าง Diablos ได้ดี

จากสกิลดังกล่าวนั้น เราจะสามารถจัดชุดได้ประมาณนี้

  • หัว Hunter B – Scoutfly Range Up
  • ตัว Jagras A – Intimidator 2
  • แขน Jagras A – Intimidator 1
  • เอว Girros B – Effluvial Expert
  • ขา Rath Heart B – Tool Specialist 1

โดยมีเครื่องรางเป็น Tool Specialist 2 หรือจะใช้เป็น Intimidator 3 และเปลี่ยนส่วนลำตัวเป็น Rath Heart A/B ก็ได้ ขึ้นกับว่าเพื่อนๆ มีเพชร Intimidator หรือ Tool Specialist ติดตัวอยู่เท่าไหร่ หากลำดับความสำคัญ ให้ดูว่าเราไปเก็บรอยอะไร ถ้าเป็น Threat 3 เราจะมีโอกาสได้ใช้ Tool Specialist มากกว่า แต่ถ้าเป็น Threat 2 จะได้ใช้ Intimidator มากกว่าจ้า

ซึ่งหากเพื่อนๆ ดวงเค็มพอนั้น ก็สามารถจัดชุดเน้นช่องเยอะๆ เพื่อแต่งสกิลได้ตามสะดวกเลยก็ได้ โดยจะลำบากที่สกิล Scoutfly Range Up และ Effluvial Expert ที่ไม่มีเพชรให้เท่านั้น

 

สุดท้ายก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ฟาร์มเควส Investigate มอนม่วงได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่วิธีที่ยอมเยี่ยม เป๊ะมากนัก แต่ก็ทำให้สามารถหาเควสเพิ่มเติมได้เรื่อยๆ โดยแลกกับเควสที่ไม่น่าเล่น แทนที่จะกดยกเลิกทิ้งไปเปล่าๆ ครีมาเก็บรอยแค่ไม่กี่รอย หรือใช้เป็นเควสฟาร์มรอยโดยเฉพาะไปเลยก็ยังคุ้มกว่าอยู่ดีน้า


Facebook Comments