[Review] Beat Saber หนทางสู่เจไดเริ่มจากเสียงเพลง

98
review beat saber cover myplaypost

Beat Saber อีกหนึ่งในเกมที่เรียกว่าเป็น Talk of the VR กันในช่วงที่ผ่านมานี้ (และในปัจจุบันก็ยังเป็นที่กล่าวถึงเสมอ) อันเนื่องจากตัวเกมแนว Rhythm ที่ผสมเข้ากับความไซไฟจากหนังที่หลายคนชื่นชอบอย่าง Star Wars ด้วยการใช้กระบี่แสงเข้าฟาดฟันบล๊อคที่ลอยมาตามจังหวะเพลงมันส์ๆ ทำให้เป็นเกมที่กินใจผู้เล่นไปอย่างง่ายดายกันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าด้วยไม่ใช่ว่าต้องเป็นแฟนหนังไซไฟถึงจะอิน ตัวเกมนั้นนอกจากในเรื่องของการใช้ Light Saber ก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวหนัง ดังนั้นใครที่ชื่นชอบเกมแนว Rhythm ก็สามารถอินและสนุกกับตัวเกมได้ไม่ยากอีกด้วย และที่เด็ดดวงนั้นก็ต้องบอกว่าการเปิดให้ผู้เล่นสร้างเพลงมาแชร์กันเองได้นั้นเป็นอะไรที่ ขาดไม่ได้เลยจริงๆ สำหรับเกมแนวนี้ และ Beat Saber ก็ไม่มองข้ามตรงนี้จริงๆ

Review Beat Saber

ตัวเกม Beat Saber นั้นก็พัฒนาโดยทีมงาน Beat Games ซึ่งมีแนวการเล่นเป็นการใช้ดาบฟันไปตามจังหวะเพลง โดยจังหวะนี้จะถูกแสดงในรูปแบบของกล่องสี่เหลี่ยมที่มีลูกศรกำหนดทิศที่ต้องฟันเอาไว้ และสีของดาบในแต่ละมือที่ต้องฟันให้ถูก (แดงและฟ้า) ไปจนกระทั่งจบเพลงจึงมีการคิดคะแนนเทียบกับผู้เล่นทั่วโลกให้

ด้วยความที่เป็นเกม VR นั้น ทำให้ตัวเกมมีมิติตื้นลึกหนาบาง เข้าถึงการเล่นแบบฟันดาบได้เป็นอย่างมาก การฟันโดนบล๊อคต่างๆ ก็จะมีการสั่นของจอยในมือให้ทราบเล็กน้อย ระดับความยากต่างๆ ก็ทำออกมาให้รองรับผู้เล่นมือใหม่และเหล่ามาสเตอร์เจไดได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว


 

How To Train Beat Master

ด้วยความที่เป็น VR นั้น ทำให้การเล่น Beat Saber นั้นให้อารมณ์ความรู้สึกร่วมที่สูงมาก แตกต่างไปจากการเล่นเกม Rhythm ผ่าน Keyboard, จอย หรือเกมตู้ไปอีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว ผู้เล่นจะได้รู้สึกถึงจังหวะของบล๊อคที่ลอยเข้ามาหาตัว การได้โยกหรือก้มหลบสิ่งกีดขวาง การระวังลูกระเบิดที่ทำให้เสียคอมโบไปอย่างเงิบๆ รวมถึงการที่เปลี่ยนจากการกดปุ่มหรือลากมือไปบนหน้าจอ เป็นการแกว่งแขนเพื่อฟันบล๊อคตามทิศที่กำหนด ทำให้ตัวเกม Beat Saber มีเสน่ห์ในตัวของมันเองอย่างเห็นได้ชัดเจน

พื้นฐานที่เข้าใจง่ายของตัวเกมนั้นยังทำให้ผู้เล่นใหม่สามารถเข้าใจแนวการเล่นของตัวเกม และสนุกกับเกมได้เต็มที่ภายในเวลาไม่ถึง 3 นาที ไม่มีอะไรให้ต้องสับสนว่าปุ่มไหนทำอะไร จังหวะไหนต้องกดแบบไหน มีเพียงใช้ความไวในการอ่านสีและทิศทางที่ต้องฟันไป และฟันให้ถูกเท่านั้น รวมกับระดับความยากของเกมที่มีให้หลากหลาย เหมาะสำหรับมือใหม่จนถึงมือเซียนได้สนุกในเพลงที่ต้องการได้อย่างเต็มที่

 


 

ใครว่าเล่นเกมแล้วจะไม่ได้ออกกำลัง

ในเมื่อการเล่น VR นั้นผู้เล่นจะได้ออกแอคชั่นท่าทางกันได้เต็มที่ แม้ว่าในตัว Beat Saber จะไม่ได้มีการก้มหลบตามที่กำบัง โยกซ้ายขวาเยี่ยงนักมวย แต่การถือดาบสองมือและฟาดฟันอย่างต่อเนื่องนั้น บอกได้เลยว่าใครที่ไม่ค่อยจะได้ออกแรง แค่สามสี่เพลงก็จะรู้สึกหอบได้ไม่ยากนักแล้วล่ะ (ยิ่งถ้าก้มๆ ลุกๆ นะคุณเอ้ย ทรุดเท่านั้นที่รออยู่) อันเนื่องจากความอินกับเพลง การคิดคะแนนที่นับจากองศาการฟันที่กว้างและแม่นยำจะได้คะแนนเยอะ ทำให้ระหว่างที่เล่นนั้นผู้เล่นสามารถที่จะออกแรงแขนในการฟาดดาบไปมาโดยไม่รู้ตัวได้อย่างถึงพริกถึงขิงจริงๆ

แน่นอนว่ามันย่อมนำมาซึ่งอีกปัญหา นั่นคือแม้ตัวเกมจะระบุว่าใช้พื้นที่การเล่นเท่าการยืนเฉยๆ แต่จริงๆนั้นอาจจะต้องใช้พื้นที่เท่า room-scale เพื่อป้องกันอาการ “จอยฟาดซัมติง” เพราะในการเล่น VR ผู้เล่นแทบจะตัดขาดกับโลกภายนอก การจะไม่รู้ตัวว่ามือกำลังจะเหวี่ยงไปโดนอะไรนั่นเกิดได้ง่ายมาก ซึ่งหมาก็เคยมาแล้วในการยืนเฉยๆ แต่โยกไปฟันทางขวา ก๊อง…. กำแพง (ขอโทษค่ะเจ้านาย หมาขอโทษ ; w 😉 ในเมื่อมันเป็นเกมฟันดาบ ทำให้เราจะได้เหวี่ยงแขนด้วยแรงที่ค่อนข้างมาก (เผาผลาญพลังงาน เย้ๆ) เวลามันโดนซัมติง มันจะไม่แค่ป๊อกเบาๆ เหมือนเราย่อตัวแล้วจอยแตะพื้นแน่นอน

 


 

Mode ย่อยและการ Custom

นอกจากการเล่นแบบพื้นฐานแล้ว ตัว Beat Saber ก็ยังมีการตั้งค่าหรือ Mode ย่อยเพิ่มเติมได้ให้เปลี่ยนบรรยากาศการเล่นได้ในระดับหนึ่งเหมือนกับเกมแนวนี้ทั่วไปทั้งหลาย ซึ่งก็จะมีทั้งแบบ No Death ที่ทำให้ผู้เล่นได้ฝึกลองเพลงได้จนจบเพลงโดยไม่ต้องกลัวว่าจะฟันพลาดจนโดนตัดจบกลางเพลงก่อน หรือ No Arrow ที่ทำให้มีความอิสระในการฟันโดยไม่ต้องสนใจทิศทางต่างๆ รวมถึง One Hand ที่ปรับมาเป็นดาบมือเดียว ไม่ต้องสนใจสีกันแล้ว (พร้อมกับ Note ที่เกือบจะเท่าเดิม แขนหลุดไปข้างแน่นอน) ทำให้ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนแนวแก้เบื่อหรือเพิ่มความท้าทายได้เป็นอย่างดี

ข้อเสียของ Mode ย่อยอย่าง No Arrow, One Hand นั้นก็จะอยู่ที่การที่ตัวเกมได้สร้าง Beat Map (หรือจังหวะของบล๊อค) ใหม่ ไม่ใช่ของเดิมให้เข้ากับ Mode นั้นโดยเฉพาะ ทำให้จุดที่เคยเป็นเปลี่ยนไป รวมถึงระดับความยากที่เกือบจะล๊อคไว้ที่ Hard / Expert หมดสำหรับเพลงดั้งเดิมของเกม ทำให้ผู้เล่นใหม่ๆ จะไม่สามารถสนุกกับ Mode ย่อยเหล่านี้ได้เต็มที่เท่าไหร่นัก เนื่องจากเกินจุดที่ตัวเองเล่นไปได้

 


 

เพลงน้อยเรอะ? ทำเองเลย!

หนึ่งในความคลาสสิคของเกมแนว Rhythm นั้นคือการสร้างเพลงไว้เล่นกันเอง ซึ่ง Beat Saber เองก็ไม่ยอมพลาดโอกาสนี้ ถ้าหากมีเพียงแค่สิบเพลงแบบไม่เพิ่มแล้วนั้น แม้เกมจะดีแค่ไหน อายุขัยของเกมก็จะไม่ค่อยยั่งยืนแน่นอน ทางทีมพัฒนาจึงได้เปิดให้ผู้เล่นสร้างเพลงของตัวเองมาใส่ในเกมได้ และนั่นก่อให้เกิดสิ่งที่ชาวเกมแนวนี้หลงรักกันได้เลย เพราะนั่นหมายถึงพวกเขามีโอกาสเล่นเพลงที่ชื่นชอบในเกมที่พวกเขาชื่นชอบได้แล้ว

ซึ่งในปัจจุบันนั้น ก็มีการทำเพลงออกมามากมายโดยผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นเพลงแนวสากล เพลงจากอนิเม หรือเกมต่างๆ จากหนัง ทำให้ตัวเลือกในการเล่นนั้นมีมากหมายหลากหลาย และก็มีคุณภาพที่แตกต่างกันไปตามฝีมือของคนทำจังหวะเพลง ว่าจะมีกึ๋นกันแค่ไหนเป็นสีสรรประจำของแวดวงทำเพลงกันเลยทีเดียว


 

Nothing Perfect

ในด้านข้อเสียนั้น Beat Saber เองก็ยังคงอยู่ในกลุ่มที่ “ไปให้สุดแต่ไม่ถึงวิมานเมฆ” ในขณะที่ตัวเกมนั้นสนุกเพลิดเพลิน แต่ก็ถูกกลับด้วยจุดด้อยหลายอย่าง เช่นจำนวนของเพลงตั้งต้นที่น้อยมากๆ สำหรับเกมแนว Rhythm ที่มีแค่ 10 เพลง, รูปแบบของเพลงที่พอเพลงน้อยมันก็ไม่เยอะพอที่จะจับกลุ่มคนเล่นได้มากนัก, และพอรูปแบบเพลงมันน้อย ก็ทำให้จังหวะการเล่นนั้นจะไปในครือเดียวกัน

ในด้านของการคิดคะแนนในเกมนั้น แม้จะเหมือนกับเกมอื่นที่ยิ่งเป๊ะยิ่งดี แต่ก็ไม่ใช่ซักทีเดียว คะแนน 110 คะแนนเต็ม จะถูกแบ่งไปในความเป๊ะ(ผ่ากลาง)แค่ 10 คะแนน ในขณะที่ส่วนที่เหลืออยู่ที่องศาในการเริ่มต้นฟันและหลังฟันเสร็จว่าวาดดาบเป็นวงกว้างเท่าไหร่ ซึ่งเรียกได้ว่าฉีกกฎการทำคะแนนเกม Rhythm (ความแม่นยำ)ไปคนละทาง ออกไปทางกฎการทำคะแนนแบบการออกกำลัง(ความทุ่มเท)เสียมากกว่า เมื่อรวมกับเพลงระดับยากที่บล๊อคอัดกันมาติดๆ เรียกว่าจะให้ได้คะแนน 90+ ต่อบล๊อคจะต้องสะบัดแขนกันแบบเหนือมนุษย์กันเลยทีเดียว (และมันไม่ใช่ผลดีกับร่างกายนัก)

อีกหนึ่งในจุดด้อยเลยก็คือระดับความยากที่ไม่ค่อยจะสมดุลย์นักแม้จะมีให้ถึง 4 ระดับ แต่ก็อาจจะเป็นเรื่องปกติสำหรับเกมแนวนี้ และค่ายเกมส่วนมากก็เป็นกันนักเพราะมันไม่ใช่การปรับตัวเลขโดยตรงทีละขั้น ซึ่งโดยรวมนั้น ช่วงการไต่ระดับจาก Normal , Hard, Expert นั้นเรียกได้ว่าไปคนละทางกันเลยทีเดียว (ขึ้นกับแต่ละเพลง)

 


 

สรุป Review Beat Saber

ใครที่มี VR และชอบหรือสนใจในเกมแนว Rhythm นั้น ก็คงต้องบอกว่าน่าจับมาลองหรือพลาดไม่ได้กันเลยทีเดียวกับ Beat Saber เกมนี้ ที่สามารถเอาชนะใจคนเล่นจนทะลุหลอด Review ได้ตั้งแต่ครึ่งวันแรกและไม่มีท่าที่จะตกลงเลยแม้แต่น้อย การได้ออกแรงฟาดดาบแสงใส่บล๊อคตามจังหวะเพลงที่เข้ากันนั้น ให้ความรู้สึกที่เต็มที่แบบที่หาได้ยากยิ่งนัก และเป็นสิ่งหนึ่งที่นำเสนอความเป็นเกม VR ได้ดี

ตัวเกมนั้นเรียกได้ว่าเล่นได้สนุก เพลิดเพลินได้ทั้งมือใหม่พึ่งเคยเล่นเกมเพลง หรือมือเก๋าที่ผ่านเพลงเกมมาอย่างโชกโชน แม้จะเป็นการเล่นคนเดียวและเล่นกับเพื่อนได้แค่การแข่งขันคะแนนตามอย่างที่เคยๆ กันเท่านั้นก็ตาม

ถึงตัวเกมจะมีข้อเสียที่ขัดใจ Hardcore Rhythm กันอยู่บ้าง แต่ด้วยการเติบโตของ VR ที่ดึงให้มีคนเล่นทำเพลงเพิ่มเรื่อยๆ ก็ทำให้ตัวเกมนั้นยังมีความสดใหม่อยู่เป็นระยะๆ และหากทีมงานหันมาเพิ่มตัวเพลง update อะไรบ่อยขึ้นตามประสา Early Access นั้นก็น่าจะทำให้ตัวเกมเอาชนะใจผู้เล่นได้มากกว่านี้จริงๆ

สนนราคาของเกม Beat Saber ตอนนี้ก็อยู่ที่ [ 289 บาท ] ไทย ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับมูลค่าการเล่นเลยทีเดียวจ้า

▲ จุดเด่น

– อินได้เต็มที่กับเพลงและการฟาดฟันดาบ
– ใช้ออกกำลังได้ดีมาก
– เพลงทำออกมาได้ดี และมีจังหวะการเล่นที่เข้ากับเพลงเป็นอย่างมาก
– เป็นเกม VR (บรรยากาศจัดเต็ม)

▼ จุดด้อย

– ตัวเพลง original มีน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับเกม Rhythm อื่นๆ (10 เพลง)
– Mode ย่อยนั้นจำกัดความยากไว้ที่ระดับสูง ทำให้ผู้เล่นมือใหม่รู้สึกถูกกีดกันได้
– ไม่สามารถเปลี่ยนสีดาบ, บล๊อคได้
– เป็นเกม VR (แพง)


Facebook Comments
ภาพรวม
กราฟฟิก
8
ความน่าสนใจ
10
ความสนุก
9
บทความก่อนหน้านี้PUBG Mobile 0.7.0 เพิ่มโหมดใหม่ – สงคราม ระบบแคลน และอื่นๆอีกเพียบ
บทความถัดไป[ Honkai Impact 3 ] ซัมเมอร์แบทเทิล 2 Part 2
จิ้งจอกธรรมดาๆ 5 บาท บางคราวก็เป็นจิ้งจอกสามสลึงไม่เต็มบาทเท่าไหร่ อาจจะพบเห็นความผิดพลาดได้เป็นระยะๆก็แหย่ๆเตือนๆได้เต็มที่หงิง