Silent Voice รักไร้เสียง อนิเมงานดี ภาพสวย ดีต่อใจ

304

เกี่ยวกับอนิเมเรื่อง A Silent Voice หรือชื่อญี่ปุ่นว่า Koe no Katachi (聲の形)เป็นภาพยนต์อนิชั่นที่สร้างมาจากมังงะในชื่อเรื่องเดียวกัน ซึ่งบ้านเราได้ถูกนำเข้ามาโดยค่าย Luckpim นั่นเองครับ โดยก่อนจะเข้ารีวิวกบต้องขอบอกไว้ก่อนว่าเคยอ่านเรื่องรักไร้เสียงมาบ้างแต่ค่อนข้างนานแล้วก่อนที่จะได้ไปดูอนิเมครับ ดังนั้นจึงลืมๆ รายละเอียดปลีกย่อยไปหลายอย่างพอสมควร แต่ก็เป็นเรื่องที่ดูแล้วประทับใจมากๆ จึงอยากมาแชร์และเขียนให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันในวันนี้ครับ

เหตุผลและมิติของตัวละคร

ตัวละครภายในเรื่องนั้นค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์และมีวิธีการคิดและเหตุผลของแต่ละคน  โดยหลายๆ คนพยามที่จะหลีกหนีเรื่องในอดีตของตัวเองด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะปิดกั้นตัวเองไปเลยอย่างพระเอก( อิชิดะ โชยะ) ที่มีความรู้สึกผิดในอดีตเป็นแรงผลักดันและส่งผลกระทบกับชีวิตของตัวเองมากๆ แม้ว่าเวลาผ่านไปหลายปีแล้ว หรือตัวละครอื่นๆ ที่มีการเล่าเรื่องออกมาได้น่าสนใจมากๆ ครับ ซึ่งถ้าผมพูดมากไปเดี๋ยวจะเป็นการสปอยซะเปล่าๆ แต่ในเรื่องนี้หากเราได้ดูล่ะก็จะเห็นได้ชัดถึงเหตุผลและที่มาที่ไปของตัวละครแต่ละตัวที่เป็นคนธรรมดาๆ ซึ่งอยากจะหนีปัญหาออกไปไกลๆ หรือมีการตอบรับกับปัญหาที่เกิดต่างกันออกไป ถ้าหาดูแล้วต้องเก็บเอาไปคิดกันได้แน่ๆ ส่วนรายละเอียดอื่นๆที่ผมชอบมากๆ เลยคือตัวนางเอก(นิชิมิยะ โชโกะ) เองในฉบับพากษ์ญี่ปุ่นที่คนพากษ์สามารถสื่ออารมณ์ของเธอออกมาได้ดีมาก แม้ว่านางเอกจะเป็นคนหูหนวกและพูดไม่ค่อยเป็นประโยคแบบที่คนเข้าใจกัน แต่นักพากษ์ก็สามารถสื่ออารมณ์ของตัวละครออกมาได้อย่างมีพลังมากๆ ครับ(ส่วนฉบับไทยเป็นไงผมไม่รู้นะยังไม่ได้ดู)

ข้อคิดและข้อความที่แฝงมาในเรื่อง

แม้ว่าตัวเรื่องและพล็อตของเรื่องจะไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมายนัก แต่มันก็มีคำถามให้เราได้ขบคิดอยู่หลายอย่างเลยล่ะครับไม่ว่าจะเป็นเหตุผลของตัวละครว่าทำไมถึงได้เลือกการกระทำแบบนั้น? หรือการบอกเป็นนัยๆ ของหลายๆเรื่อง แต่ไม่ได้พูดหรือบรรยายออกมาตรงๆ ให้คนดูได้ขบคิด ซึ่งตัวหนังมีการแฝงข้อความหลายๆ อย่างผ่านท่าทางของตัวละคร, สายตา และการกระทำในการบอกเล่าเรื่องในหลายๆส่วน ไม่ได้บรรยายออกมาเป็นคำพูดตรงๆ ให้เราได้ลองนึกและตีความหมายกันเอง โดยผมว่าเค้าทำส่วนนี้ออกมาได้ดีมากๆ เลยล่ะครับถึงแม้ว่าบางเรื่องผมก็ยังงงมาอยู่จนถึงตอนนี้ 555

ภาพและเสียง

ในเรื่องของภาพอันนี้ผมก็ไม่รู้จะวิจาร์ยยังไงดี เพราะผมก็ไม่ใช่คนที่ดูอนิเมเป็นหลักหรือดูอนิเมเยอะแยะอะไร แต่ถ้าถามผมในมุมมองของคนๆ นึงที่เข้าไปดูผมค่อนข้างชอบโทนภาพของเรื่องที่ค่อนข้างสว่างลื่นตามากๆ ส่วนเพลงประกอบสำหรับผมไม่ถึงกับติดหูเท่าไหร่แต่ก็เข้ากับเรื่องดีมากครับ เอาเป็นว่าส่วนนี้ผมขอแปะคลิป Trailer หนังไว้อีกรอบละกันเผื่อใครขี้เกียจเลื่อนขึ้นไปดู  และถ้าใครชอบเพลงของเรื่องนี้เพลงประกอบใน Trailer จะชื่อว่า 恋をしたのは (Koi wo Shita no wa) ครับ

สำหรับคนที่เคยอ่านมังงะมาก่อน

ถ้าใครที่เคยอ่านมังงะมาก่อน ในฉบับภาพยนต์อาจจะขัดใจในบางเรื่อง อย่างเช่นการตัดทอนบางส่วนที่ดูแล้วอาจจะงงๆ หรือเนื้อเรื่องที่ไม่ได้ไปตามมังงะเป๊ะๆ แต่ผมมองว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน ที่เราจะได้เห็นการ์ตูนเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่ง และโดยส่วนตัวผมค่อนข้างนับถือคนสร้างนะถึงแม้ว่าเนื้อหาจะถูกตัดไปเยอะแต่เค้าก็ยังอุตสาห์ตัดทอนจนมังงะ 7 เล่มมาเป็นภาพยนต์ได้แบบนี้ครับ ซึ่งถ้าหากว่าใครอยากได้แบบมังงะรู้สึกงานหนังสือที่จะถึงนี้มีแบบบ็อกขายใครสนใจก็แวะไปดูกันได้ครับถ้าจำไม่ผิดนะ

Facebook Comments
Loading...