[Tree of Savior]แนะนำอาชีพ Chaplain

3235

Chaplain คืออาชีพอะไร?

Chaplain เป็นคลาสลับคลาสหนึ่งในสาย Cleric สามารถเปลี่ยนได้ตั้งแต่ Rank 5 ขึ้นไป โดยสายอาชีพนี้จะมีความสามารถในการบัพธาตุศักดิ์สิทธิ์สนับสนุนการโจมตีต่างๆให้สมาชิกในปาร์ตี้ซึ่งต่อยอดมาจาก Priest
วิธีการเปลี่ยนคลาสนี้สามารถเข้าดูได้ที่บทความ [Tree of Savior]วิธีการเปลี่ยนอาชีพลับ Chaplain


จุดเด่น

  • เป็นคลาสที่ต่อยอดกับ Priest ที่ทำให้คลาสนี้มีความสามารถมากขึ้นอย่างมาก
  • สามารถสนับสนุนและโจมตีได้รุนแรง เรียกได้ว่าเป็นคลาสที่สนับสนุนได้รอบด้านเลยทีเดียว
  • มีสกิลที่เพิ่มจำนวน hit ในการตีปกติหลายสกิล ทำให้สายนี้สามารถสนับสนุนสายที่เน้นตีปกติได้เป็นอย่างดี

จุดด้อย

  • เนื่องจากเป็นคลาสลับจึงสามารถเปลี่ยนได้เพียง 1 Circle ทำให้ต้องเลือกสกิลที่จะใช้งานเล็กน้อย
  • ไม่สามารถเล่นร่วมกับหลายๆคลาสได้ เพราะจำเป็นต้องเล่น Priest 3 รวมๆอย่างตํ่าแล้วจะต้องใช้ 5 Rank จึงทำให้จะเหลือคลาสที่สามารถเล่นร่วมได้อีกเพียง 4 Rank เท่านั้น
  • สกิลของสายนี้ไม่ค่อยเหมาะกับการนำไปใช้ใน ET สักเท่าไหร่เพราะ Last Rite จะมีประโยชน์เมื่อใช้การโจมตีแบบปกติแต่เรามักจะใช้สกิลใน ET เป็นส่วนใหญ่

สกิล

ภาพ ชื่อสกิล รายละเอียด
Last Rites ทำให้การโจมตีของสมาชิกปาร์ตี้เป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ โดยเพิ่มการโจมตีอีก 1 แถว และความเสียหายธาตุศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นตามสกิล Sacrament ของผู้ร่ายเมื่อ HP ต่ำกว่า 40%
Deploy Capella ใช้ไอเท็ม Cape 1 ผืนตั้งโต๊ะบูชา ผู้ร่ายและสมาชิกปาร์ตี้ที่เข้ามาในพื้นที่ของสกิลนี้จะได้รับบัฟ Aspersion, Monstrance, Blessing, Sacrament และ Stone Skin พร้อมกัน
Magnus Exorcism สร้างเสาแสงพลังศักดิ์สิทธิ์ด้านหน้าผู้ร่าย ศัตรูที่เข้ามาบริเวณของสกิลนี้จะได้รับความเสีย
Aspergillum พรมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ลงในอาวุธ เพิ่มการโจมตีอีก 1 แถว โดยความแรงของสกิลนี้จะขึ้นอยู่กับเลเวลสกิล Aspersion

การใช้งานสกิลจริงที่น่าสนใจ

Last Rites

เมื่อกดใช้สกิลแล้วจะเป็นใช้ Gyslotis 1 ชิ้นในการบัพสมาชิกในปาร์ตี้ ทำให้การโจมตีของสมาชิกปาร์ตี้เป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ โดยเพิ่มการโจมตีอีก 1 แถว ยิ่งเลเวลสกิลสูงขึ้นจะยิ่งเพิ่มระยะเวลาของสกิลนี้ cooldown 40 วินาที
เป็นสกิลบัพที่หวังผลของการเพิ่มดาเมจเพิ่มอีก 1 แถว ทำให้สามารถโจมตีแบบคำนวนธาตุได้มากขึ้นนั้นเอง โดยสกิลนี้เป็นสกิลต่อยอดใช้ร่วมกับสกิล Sacrament อีกทีนึงได้ จึงเป็นสกิลที่นิยมอัพกันครับ

Deploy Capella

เมื่อกดใช้สกิลจะใช้ Cape 1 ผืนทำการตั้งโต๊ะหมู่บูชา โต๊ะจะคงอยู่ 60 วินาที หากตัวละครเข้ามาในระยะของโต๊ะนี้จะได้รับบัพทันทีจำนวน 5 สกิลได้แก่ Aspersion, Monstrance, Blessing, Sacrament, Stone Skin สามารถเดินเข้าออกบริเวณโต๊ะเพื่อรับบัพได้เรื่อยๆจนกว่าโต๊ะจะหายไป ยิ่งเลเวลของสกิลนี้สูงขึ้นจะเพิ่มระยะเวลาที่แสดงผลของบัพทั้ง 5 นี้ให้นานขึ้น cooldown 65 วินาที
เป็นสกิลที่ทำให้สามารถบัพหลายบัพได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับการเอาไปตั้งเมื่อต้องการบัพหลายๆบัพอย่างทันทีเช่นตอนสู้บอสมอนเตอร์ แต่อย่างไรก็ตามสกิลนี้นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว อาจจะหาโอกาสใช้งานได้ค่อนข้างยาก และการบัพตามปกติก็มีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าอยู่แล้ว ทำให้สกิลนี้ไม่ค่อยนิยมอัพกันซักเท่าไหรครับ

Magnus Exorcism

เป็นสกิลใช้งานต่อยอดโดยต้องใช้สกิล Exorcise วางไว้ก่อน จากนั้นใช้สกิลนี้จะทำให้เปลี่ยนวงเวทเป็นเสาแสงเป็นเวลา 9 วินาที สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับศัตรูในเสาแสงนี้ ยิ่งเลเวลสกิลสูงขึ้นจะยิ่งสร้างความเสียหายได้มากขึ้น cooldown 60 วินาที
เป็นสกิลสร้างความเสียหายของที่มีความรุนแรงมากระดับหนึ่งของคลาสนี้ แต่มีเงื่อนไขตามที่กล่าวไปคือต้องใช้งานสกิล Exorcise ก่อนจึงจะทำการใช้งานสกิลนี้ได้จึงอาจจะทำให้ใช้งานได้ยุ่งยากเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเนื่องจากคลาสนี้ีสกิลน้อย ทำให้มีแต้มเหลือพอสมควร สกิลนี้จึงสามารถเอาแต้มที่เหลือมาอัพได้ครับ

Aspergillum

เมื่อกดใช้สกิลจะใช้ Holy Water 1 ขวด ทำการบัพให้ตนเองเพิ่มการโจมตีอีก 1 แถว โดยความแรงของสกิลนี้จะขึ้นอยู่กับเลเวลสกิล Aspersion ของเรา ยิ่งเลเวลสกิลนี้สูงขึ้นจะยิ่งเพิ่มระยะเวลาให้บัพนี้นานขึ้น cooldown 30 วินาที
เป็นสกิลบัพอีกสกิลหนึ่งที่ทำให้เราสามารถโจมตีเพิ่มความเสียหายธาตุได้อีก 1 แถว ซึ่งค่อนข้างมีประโยชน์มากๆ น่าเสียดายที่สกิลนี้บัพได้เพียงแค่ตัวผู้ร่ายเท่านั้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากคลาสนี้ีสกิลน้อย ทำให้สามารถอัพสกิลนี้ได้อย่างไม่ต้องลังเลครับ


ควรอัพสเตตัสอย่างไร

สำหรับคลาสนี้เนื่องจากจำเป็นต้องผ่าน Priest 3 ซึ่งเป็นสายสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว ทำให้ส่วนใหญ่จะนิยมอัพ SPR เพื่อให้บัพมีประสิทธิภาพสูงสุด

SPR 359+

แต่ในบางบิ้วที่มีคลาสที่สามารถใช้สกิลที่โจมตีได้รุนแรง อาจจะทำให้สามารถอัพสเตตัสตามคลาสอื่นๆโดยไม่ยึดคลาสนี้เป็นหลักก็ได้ครับ


คลาสที่น่าสนใจก่อนจะมาถึง Chaplain

Cleric คลาสเริ่มต้นที่หากเล่นใน Circle ที่สูงขึ้นจะได้สกิลดีๆอย่าง Divine Might ที่ทำให้สามารถเพิ่มเลเวลของสกิลได้และ Heal จำนวนมากขึ้น
Priest คลาสบังคับที่ต้องเล่นให้ครบ 3 Circle จึงทำให้มีสกิลสนับสนุนต่างๆมากมายให้กับสมาชิกในปาร์ตี้ อีกทั้งผลสกิลของคลาส Chaplain บางสกิลจะขึ้นอยู่กับเลเวลสกิลของ Priest ด้วย
Krivis คลาสที่มีสกิลบัพเสริมด้านการโจมตีและยังมีสกิลโจมตี โดยจากการปรับสกิล Daino ของคลาสนี้ที่ทำให้ใช้พลังโจมตีเวทแทนการโจมตีปกติได้ ทำให้สามารถนำมาเล่นร่วมกับคลาสนี้ได้ครับ
Pardoner คลาสที่สามารถตั้งร้านขายบัพต่างๆของคลาส Priest ได้ จึงสามารถเล่นคลาสนี้เพื่อไปสายตั้งร้านขายบัพหากำไรแทนได้

ตัวอย่างบิ้วที่น่าสนใจ

Cleric 1, Priest 3, Krivis 3, Chaplain 1, Inquisitor 1
บิ้วสาย AA (โจมตีธรรมดารัวๆ) โดยใช้บัพจากคลาส PriestKrivis และ Chaplain ในการเสริมพลังโจมตีธรรมดา แล้วใช้สกิลกระจายความเสียหายอย่าง Breaking Wheel ของ Inquisitor สร้างความเสียหายเป็นกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างแนวการอัพสกิล: http://www.tosbase.com/tools/skill-simulator/build/odqovoh31j/

Cleric 2, Priest 3Chaplain 1Pardoner 3
บื้วสายตั้งร้านค้าขายบัพ บิ้วนี้สร้างมาเพื่อสายตั้งร้านที่ไม่รู้ว่าจะลงอะไรต่อหลังจากได้ตั้งร้านแล้วจึงนำ Chaplain มาเสริมเพื่อให้สามารถสนับสนุนทีมเมื่อเก็บเลเวล และเช่นกันบิ้วนี้จะเน้นอัพสเตตัสทางด้าน SPR เป็นหลักเพื่อให้บัพต่างๆมีประสิทธิภาพสูงสุด

ตัวอย่างแนวการอัพสกิล: http://www.tosbase.com/tools/skill-simulator/build/b99jb18ghv/

คอมเมนต์เพิ่มเติม: สำหรับบิ้วนี้ ปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะสร้างตัวมาเพื่อขายบัพเพียงอย่างเดียวเลยดังนั้นสามารถสลับคลาสที่ต้องการเปลี่ยนก่อน-หลังได้ตามต้องการ คุณอาจจะเล่น Pardoner ก่อน Chaplain ก็ได้

Cleric 2, Priest 3, Chaplain 1, Plague Doctor 3
บิ้วสายสนับสนุนปาร์ตี้และสามารถฟาร์มมอนสเตอร์ มีสกิลบัพเพิ่มพลังโจมตีต่างๆจากคลาส Priest และ Chaplain ให้ตนเองและสมาชิกในปาร์ตี้ และมีสกิลสร้างความเสียหายเป็นกลุ่มจากคลาส Plague Doctor ทำให้สามารถจัดการศัตรูเป็นกลุ่มได้ดีอีกด้วย

ตัวอย่างแนวการอัพสกิล: http://www.tosbase.com/tools/skill-simulator/build/vo8m9nr1ma/


Facebook Comments